หน้าแรก เศรษฐกิจ “กนง.”ชี้เครื...

“กนง.”ชี้เครื่องยนต์เศรษฐกิจปี’67 เดินหน้าเต็มสูบ ‘มาตรการภาครัฐ-ปัจจัยอื่น’ ดัน จีดีพีโต 4.4%

27.09.23 | 17:14 น.

“กนง.”ชี้เครื่องยนต์เศรษฐกิจปี’67 เดินหน้าเต็มสูบ ‘มาตรการภาครัฐ-ปัจจัยอื่น’ ดัน จีดีพีโต 4.4%

เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายปิติ ดิษยทัต เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวในงานแถลงผลการประชุม กนง. ว่า กนง.ปรับประมาณการณ์ขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2566 อยู่ที่ 2.8% จากเดิมอยู่ที่ 3.6% และปี 2567 ปรับเพิ่มจีดีพี 4.4 จากเดิมที่ 3.8% โดยมีแรงส่งสำคัญจากการบริโภคภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะเร่งสูงขึ้นในปี 2567 จากอุปสงค์ในประเทศ ภายใต้บริบทที่ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่องและภาคการส่งออกสินค้ากลับมาขยายตัว อีกทั้งจะได้รับแรงส่งเพิ่มเติมจากนโยบายภาครัฐ

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มอยู่ในกรอบเป้าหมาย โดยปี 2566 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.6% และปี 2567 อยู่ที่ 2.6% ซึ่งปี 2566 อยู่ในระดับต่ำเป็นผลจากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ และผลของฐานที่สูงในปีก่อนหน้า ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มปรับเพิ่มในปี 2567 คาดว่าอยู่ที่ 1.4% ในปี 2566 และ 2.0% ในปี 2567

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านสูง โดยเฉพาะปี 2567 จากแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่อาจเพิ่มขึ้นจากนโยบายภาครัฐ และต้นทุนราคาอาหารที่อาจปรับสูงขึ้นหากปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรงกว่าคาด

“ประมาณการณ์จีดีพีที่ 4.4% ในปี 2567 คำนึงถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการคลังของรัฐบาลที่จะมีแล้ว โดยเฉพาะนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท แม้ไม่มีมาตรการนี้เศรษฐกิจมีแนวโน้มจะขยายตัวมากกว่าปี 2566”นายปิติกล่าว

Advertisement

คาดแจกเงินหมื่นหมุนเงิน 0.3-0.6 เท่า

นายปิติ กล่าวว่า มาตรการภาครัฐหลักที่มีผลกระทบเยอะคือมาตรการกระเป๋าเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ขณะนี้ความชัดเจนยังมีไม่ครบ ทั้งระยะเวลาที่เริ่มมาตรการช่วงใด ระบบการเงินที่รูปแบบจะเป็นอย่างไร ซึ่งความไม่แน่นอนมี 2 ข้อต่อหลัก 1.การดำเนินนโยบายจะทำได้ในช่วงเวลาใดและขนาดวงจำกัดการใช้เงินเท่าไหร่ 2.ไม่ว่าจะใช้งบประมาณ (เม็ดเงิน) เท่าไหร่ แต่ผลต่อการทำนโยบายจะทำให้เม็ดเงินกระจายในระบบเศรษฐกิจนั้น ซึ่งตามหลักการตัวคูณที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจของมาตรการภาครัฐ และจากการศึกษาในอดีตจากต่างประเทศและในประเทศ โดยมาตรการลักษณะนี้คือการโอนเงิน ซึ่งเม็ดเงินที่เพิ่มขึ้นในระบบเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นที่ 0.3-0.6 เท่า

“มาตรการนี้คาดว่าจะมาแน่ ไม่ว่าจะมาในรูปแบบใดก็ตาม ค่อนข้างมั่นใจว่าจะทำให้จีดีพีโตอย่างน้อย 4% ส่วนจะเป็น 4.4% หรือ 4.6% ซึ่งต้องดูรูปแบบมาตรการไปอีกสักระยะหนึ่ง สำหรับเครื่องยนต์ปี 2567 จะเต็มสูบครบครันทั้งมาตรการภาครัฐ และปัจจัยเครื่องยนต์อื่นๆ ที่มีอยู่ถูกขับเคลื่อนมากขึ้น”นายปิติกล่าว

กนง.ส่งซิกจบยุคดอกเบี้ยขาขึ้น

นายปิติ กล่าวว่า คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 2.25% เป็น 2.50% ต่อปี ให้มีผลทันที อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจยังมีความเสี่ยง ซึ่ง กนง.จะพิจารณาถึง 3 ปัจจัยหลักต่อเศรษฐกิจ อาทิ เศรษฐกิจกลับเข้าสู่ระดับศักยภาพ เงินเฟ้อกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย และเสถียรภาพทางระบบการเงินโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดี หากภาพ 3 องค์ประกอบหลักไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับเหมาะสมกับเศรษฐกิจ และจะคงอยู่สักระยะจนกว่าสถานการณ์จะเปลี่ยน

“กนง.ดำเนินการมาตรการดอกเบี้ยตั้งแต่กลางปีนี้ จนถึงตอนนี้ กนง.คิดว่าอัตราดอกเบี้ยสอดคล้องและเหมาะสมกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว หากภาพสั้นๆ เศรษฐกิจไม่เปลี่ยนแปลง อัตราดอกเบี้ยระดับปัจจุบันเป็นเรทที่เหมาะสม”นายปิติ กล่าว