‘เศรษฐา’ ถกบอร์ดอีอีซี ต.ค. ลุย 44 ใบอนุญาตดูดลงทุนครั้งใหญ่ ดันบัสอีวีใช้ 3 จังหวัด 6 พันคันใน5ปี

28.09.23 | 16:59 น.

‘เศรษฐา’ ถกบอร์ดอีอีซี ต.ค. ลุย 44 ใบอนุญาตดูดลงทุนครั้งใหญ่ ดันบัสอีวีใช้ 3 จังหวัด 6 พันคันใน 5 ปี

เมื่อวันที่ 28 กันยายน นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี เปิดเผยว่า ในเดือนตุลาคมนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ถือเป็นการประชุมนัดแรกของรัฐบาลชุดนี้ ทั้งระดับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เป็นกรรมการอีก 14 คน โดยวาระหลักคือการพิจารณาแนวทางขับเคลื่อนอีอีซีใน 100 วันจะมีแผนงานอย่างไร อาทิ อีอีซีจะสามารถออกใบอนุญาตแทนหน่วยงานต่างๆ ได้ถึง 44 ใบอนุญาตจากกฎหมาย 13 ฉบับ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ซึ่งการอนุญาตจะทั้งให้อีอีซีดำเนินการเบ็ดเสร็จ และรูปแบบดึงหน่วยงานต้นทางเข้ามาร่วมออกใบอนุญาต แนวทางจะสร้างความสะดวกให้กับนักลงทุน ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดการลงทุนครั้งใหญ่

“นอกจากนี้ จะเสนอแผนงานอีอีซีแผนระยะที่ 2 (2566-70) หรือ 5 ปีข้างหน้า ที่ตั้งเป้ามูลค่าลงทุนในอีอีซี 2.2 ล้านล้านบาท เน้นดึงการลงทุนจาก 5 คลัสเตอร์หลัก คือ การแพทย์ขั้นสูง ดิจิทัล ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) บีซีจี และบริการ โดยการลงทุนดังกล่าวจะมีแรงขับเคลื่อนหลักจากอำนาจการอนุญาตทั้ง 44 ใบอนุญาต” นายจุฬากล่าว

นายจุฬากล่าวว่า ล่าสุดอีอีซีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในระบบขนส่งสาธารณะและรถรับส่งพนักงานในอีอีซีร่วมกับ 6 หน่วยงาน เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีในพื้นที่อีอีซี คาดว่าในปี 2566 จะเกิดรถโดยสารไฟฟ้าอย่างน้อย 100 คัน พร้อมสถานีชาร์จ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 5 พันตันต่อปี เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และพัฒนาวัตถุดิบสินค้าในประเทศเพิ่มขึ้นจาก 40% เป็น 60% สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศมากกว่า 360 ล้านบาท

นายสุวิทย์ ธรณินทร์พานิช ประธานกรรมการมูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน กล่าวว่า โครงการนี้ได้ตั้งเป้าหมายในระยะ 5 ปี จะเพิ่มรถโดยสารไฟฟ้า 6,000 คัน แต่ในภาพใหญ่ของทั้งประเทศคาดว่าภายใน 2 ปี หากปรับเปลี่ยนมาใช้รถโดยสารไฟฟ้าได้ 10,000 คันทั้งประเทศ จะมีมูลค่าการลงทุนมากกว่า 60,000 ล้านบาท เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศมากกว่า 48,000 ล้านบาท ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 5 แสนตันต่อปี ทำให้ไทยเป็นฐานการผลิตรถโดยสารไฟฟ้าในภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันอินโดนีเซียถือเป็นฐานการผลิตรายใหญ่ของภูมิภาค