เตือนบาทผันผวน ช่วงตลาดรอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐ วันนี้
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.59 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 36.75 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.40-36.70 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงก่อนรับรู้อัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ และประเมินกรอบเงินบาทในช่วง 36.30-36.75 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงตลาดทยอยรับรู้อัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ
โดยในช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวน แต่โดยรวมเป็นการปรับตัวแข็งค่าขึ้น (แกว่งตัวในช่วง 36.52-36.79 บาทต่อดอลลาร์) ตามการปรับตัวอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุดออกมาผสมผสาน ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงบ้าง และทำให้ผู้เล่นในตลาดเริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งลดความต้องการถือเงินดอลลาร์เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
นอกจากนี้ การรีบาวด์ขึ้น (Technical Rebound) ของสกุลเงินหลัก ทั้งเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) และเงินยูโร (EUR) จากโซนแนวรับหลักก็มีส่วนกดดันเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ดี โฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว หลังราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ได้กดดันไม่ให้เงินบาทแข็งค่าไปได้มาก
นายพูนกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทอาจเริ่มชะลอลงบ้าง หลังเงินดอลลาร์ได้อ่อนค่าลงและเริ่มแกว่งตัว sideway ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้เล่นในตลาดต่างก็รอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ในวันนี้ นอกจากนี้ หากราคาทองคำมีการรีบาวด์ขึ้นได้บ้าง หลังย่อตัวลงมาทดสอบโซนแนวรับสำคัญ ก็อาจมีโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรการรีบาวด์ของราคาทองคำ ช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้บ้าง
อย่างไรก็ดี ปัจจัยกดดันเงินบาทฝั่งอ่อนค่ายังคงไม่หายไปไหน โดยในช่วงปลายเดือน ยังคงเห็นโฟลว์ธุรกรรมซื้อเงินดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนจากฝั่งผู้ประกอบการอยู่ นอกจากนี้ ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติยังคงมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะในฝั่งหุ้นที่แรงขายหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติอาจชะลอลงได้ หลังดัชนี SET ได้ปรับตัวลงทดสอบโซนแนวรับ อนึ่ง การย่อตัวลงบ้างของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจช่วยลดแรงกดดันต่อบอนด์ยีลด์ 10 ปี ไทย รวมถึงแรงขายบอนด์ไทยได้ ซึ่งจะช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้ในช่วงนี้
ทั้งนี้ ควรระมัดระวัง ความผันผวนของเงินบาทในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อทั้งในฝั่งยูโรโซนและฝั่งสหรัฐฯ ซึ่งในช่วงนี้ ค่าเงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบที่กว้างขึ้นจากช่วงปกติได้พอสมควร
“สินทรัพย์ยังอยู่ในช่วงเผชิญความผันผวนสูง จากนโยบายการเงิน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และการเลือกทำธุรกรรมในสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ซึ่งผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบต้นทุนในการทำธุรกรรมและแผนการป้องกันความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง”นายพูนกล่าว
ขณะเดียวกัน ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์พลิกกลับมาย่อตัวลง กดดันโดย Technical Rebound ของทั้งเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) และเงินยูโร (EUR) ขณะเดียวกัน รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาผสมผสาน รวมถึงการทยอยเปิดรับความเสี่ยงของผู้เล่นในตลาดก็มีส่วนกดดันให้เงินดอลลาร์เผชิญแรงขายทำกำไรบ้าง กดดันให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ทยอยปรับตัวลงใกล้โซน 106.2 จุด (กรอบ 106-106.6 จุด)
นายพูน กล่าวว่า สำหรับวันนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานอัตราเงินเฟ้อจากทั้งฝั่งยูโรโซนและสหรัฐฯ โดยตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของยูโรโซน ในช่วงราว 16.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ก่อนที่จะรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ ในช่วงประมาณ 19.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย
และนอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางหลัก ทั้ง เฟด และ ECB เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินในระยะถัดไป

