‘แบงก์ชาติ’ ชี้นโยบายลดค่าครองชีพ หนุนเศรษฐกิจไตรมาส 4/66
เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ปท.) นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธปท. กล่าวในงานแถลงเศรษฐกิจรายเดือนสิงหาคม 2566 ว่า ผลจากมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาลจะช่วยหนุนเศรษฐกิจไตรมาส 4/2566 โดยผลส่วนหนึ่งจากมาตรการจะช่วยเศรษฐกิจในปี 2566 แต่ภาพรวมผลจากมาตรการหลักๆ จากมาตรการลดค่าครองชีพ มาตรการกระเป๋าเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท และมาตรการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท จะมีผลต่อเศรษฐกิจในปี 2567 สนับสนุนให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่ 4.4% ดังนั้น ผลการความเสี่ยงด้านฐานสูงทั้งในแง่เศรษฐกิจและเงินเฟ้อจะมีผลต่อปี 2567 เป็นสำคัญ
“ผลจากมาตรการลดค่าครองชีพดีกว่าไม่มี เพราะช่วยเรื่องอุปโภคของประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่ผลของมาตรการหลักที่พิจารณาจะเป็นมาตรการกระเป๋าเงินดิจิทัลมีผลต่อเศรษฐกิจค่อนข้างสูง” นายสักกะภพกล่าว
นายสักกะภพกล่าวว่า การลดการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2566 ลงที่ 2.8% จากเดิมที่ 3.6% หากมองไปข้างหน้าเศรษฐกิจยังสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง แม้มีการปรับประมาณการเศรษฐกิจลง ขณะที่ถ้าภาคการส่งออกกลับมาดีขึ้น โดยในช่วงปลายปีนี้ จนถึงต้นปี 2567 จะทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะกลับมาครบครันทั้งในแง่การบริโภคที่มีต่อเนื่อง การส่งออก รวมถึงภาครัฐที่มีนโยบายออกมาค่อนข้างเยอะ
ขณะที่เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากหมวดพลังงาน ตามราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานและหมวดอาหารสดปรับลดลง ตามราคาอาหารสำเร็จรูป และราคาเนื้อสัตว์จากอุปทานในตลาดที่เพิ่มขึ้น ด้านตลาดแรงงานยังปรับดีขึ้นต่อเนื่อง สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลจากดุลการค้าเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ สำหรับเศรษฐกิจเดือนสิงหาคมอยู่ในทิศทางฟื้นตัวตามรายรับในภาคการท่องเที่ยว อุปสงค์ในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนชะลอลง หลังจากเร่งขยายตัวในเดือนก่อน มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำลดลง ส่วนหนึ่งจากอุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัว ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมทรงตัว สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐยังคงขยายตัวจากรายจ่ายประจำ
“แนวโน้มเศรษฐกิจเดือนกันยายนและระยะต่อไป กิจกรรมทางเศรษฐกิจคาดว่ายังคงขยายตัวตามอุปสงค์ในประเทศและการท่องเที่ยว ซึ่งต้องติดตามการฟื้นตัวภาคการส่งออก นโยบายรัฐบาล และผลกระทบจากเอลนีโญต่อผลผลิตสินค้าทางการเกษตร” นายสักกะภพกล่าว
นายสักกะภพกล่าวด้วยว่า รายละเอียดของภาวะเศรษฐกิจไทยมีดังนี้ เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อน ตามการใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทนหลังจากเร่งไปในช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายในหมวดบริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะหมวดโรงแรมและภัตตาคาร ตามการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนกำลังซื้อภาคครัวเรือนปรับดีขึ้น ทั้งการจ้างงานนอกภาคเกษตร รวมถึงความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่กลับมาเพิ่มขึ้น หลังการจัดตั้งรัฐบาลมีความชัดเจนมากขึ้น
เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อน ตามการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าทุน อย่างไรก็ดี การลงทุนในหมวดก่อสร้างเพิ่มขึ้นตามยอดจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ขณะที่พื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างลดลง หลังเร่งไปมากในเดือนก่อน
มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อน โดยการส่งออกหมวดสินค้าเกษตรแปรรูปลดลงตามอุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่ชะลอลง ขณะที่หมวดสินค้าเกษตรลดลงตามการส่งออกทุเรียนไปจีน หลังจากหมดฤดูเก็บเกี่ยว อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าบางหมวดปรับดีขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่มูลค่าเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมัน และเครื่องใช้ไฟฟ้า
มูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อน ตามการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง รวมทั้งเชื้อเพลิง โดยเฉพาะชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และน้ำมันดิบ อย่างไรก็ดี การนำเข้าสินค้าอุปโภคและบริโภคปรับเพิ่มขึ้นตามการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากจีน การผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วทรงตัวจากเดือนก่อน โดยการผลิตหมวดที่ปรับดีขึ้นได้แก่ 1.หมวดอาหารและเครื่องดื่มตามการผลิตน้ำตาล 2.หมวดฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ตามรอบการผลิต และ 3.หมวดเคมีภัณฑ์ตามการผลิตปุ๋ยเคมี อย่างไรก็ตาม การผลิตสินค้าหมวดยานยนต์ลดลง จากการผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถกระบะหลังเร่งผลิตไปในช่วงก่อนหน้า
จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อน ตามจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเป็นสำคัญ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอลงส่งผลให้ชาวจีนมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวในหลายสัญชาติปรับเพิ่มขึ้น อาทิ ญี่ปุ่น มาเลเซีย เยอรมนี และออสเตรเลีย ตามอุปสงค์การเดินทางท่องเที่ยวที่ยังมีต่อเนื่อง สำหรับรายรับภาคการท่องเที่ยวยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งคาดว่าเป็นผลจากจำนวนวันพักของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นเป็นสำคัญ
การใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่รวมเงินโอนขยายตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากรายจ่ายประจำตามการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนบุคลากร รวมถึงเงินบำเหน็จ บำนาญ และค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการ ขณะที่รายจ่ายลงทุนหดตัวตามการเบิกจ่ายของหน่วยงานด้านคมนาคม หลังเบิกจ่ายไปแล้วในช่วงก่อนหน้า สำหรับรายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจหดตัวจากผลของฐานสูง ตามการเบิกจ่ายในโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในปีก่อน
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากหมวดพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันเบนซิน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานและหมวดอาหารสดปรับลดลง ตามราคาอาหารสำเร็จรูป และราคาเนื้อสุกรตามอุปทานในตลาดที่เพิ่มขึ้น ด้านตลาดแรงงานปรับดีขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภาคบริการ สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลจากดุลการค้าที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ดุลบริการ รายได้ และเงินโอนขาดดุลใกล้เคียงกับเดือนก่อน ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับเหรียญสหรัฐเฉลี่ยอ่อนค่าลง เนื่องจาก 1.ตลาดปรับเพิ่มการคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ 2.การอ่อนค่าของค่าเงินหยวนตามตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ต่ำกว่าตลาดคาด และ 3.ตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่ออกมาต่ำกว่าตลาดคาด

