‘ภูมิธรรม’ เคาะตั้ง 10 คณะทำงาน สั่งลุย 100 วัน แก้ปัญหาประมงพื้นบ้าน เตรียมแผนรับวิกฤตเอลนิโญ

29.09.23 | 17:06 น.

‘ภูมิธรรม’ เคาะตั้ง 10 คณะทำงาน สั่งลุย 100 วัน แก้ปัญหาประมงพื้นบ้าน เตรียมแผนรับวิกฤตเอลนิโญ

วันที่ 29 กันยายน 2566 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการประมงทะเล เพื่อฟื้นฟูการประมงทะเลและอุตสาหกรรมการประมงครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบยุทธศาสตร์และเป้าหมายในการทำงาน ยุทธวิธีและการแบ่งงาน โดยจะมีการแต่งตั้ง 6 คณะอนุกรรมการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายประเทศไทยกลับมาเป็นเจ้าสมุทรและเป็นผู้นำด้านการค้าสินค้าประมงในตลาดโลกอีกครั้ง วางแผนการเจรจากับต่างประเทศ เร่งปรับปรุงแก้ไขกฎหมายประมง จัดระเบียบการทำการประมง ทั้งการบริหารจัดการทรัพยากรประมงในเชิงพื้นที่ ในเชิงเวลา

การจัดระเบียบเครื่องมือประมง มุ่งลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชาวประมงการดูแลชาวประมงพื้นบ้านควบคู่กับการส่งเสริมและอนุรักษ์ทรัพยากรอย่างเหมาะสมภายใต้บริบทการทำประมงของไทยเพื่อให้เกิดความยั่งยืนมั่นคงในการประกอบอาชีพประมงและความยั่งยืนของทรัพยากรสัตว์น้ำ

ทั้งนี้ จะยังผลักดันการยกร่าง พ.ร.บ.ประมง เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ภายใน 3-6 เดือน เพื่อเป็นแม่บทดูแลอุตสาหกรรมประมง พร้อมกับทบทวนกฎระเบียบที่ล้าสมัย จัดระเบียบประมงใหม่ให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเตรียมขอความเห็นชอบ ครม. จัดตั้งกองทุนชดเชยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาประมง ซึ่งขณะนี้ยังมีประมงพื้นบ้านไม่อาจออกทะเลและมีเรือจอดค้างกว่าหมื่นลำ ส่วนนี้ได้ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะกรรมการ ไปจัดทำรายละเอียดให้ชัดเจน ถึงแนวทาง งบประมาณ และเป้าหมาย โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 100 วัน

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า สำหรับการประชุมคณะกรรมการเพื่อรองรับสถานการณ์เอลนิโญ และลานิญา ของประเทศไทย ครั้งที่ 1/2566 นั้น ที่ประชุมมีมติใแต่งตั้ง 4 คณะอนุกรรมการ ได้แก่ คณะอนุกรรมการวิชาการเพื่อการติดตามและประเมินการเกิดภาวะเอลนิโญและลานิญา คณะอนุกรรมการประเมินผลกระทบ ทั้งระยะสั้น ปานกลาง และระยะยาว พร้อมมาตรการเผชิญเหตุและบรรเทาผลกระทบเบื้องต้น คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และการเตือนภัย และคณะอนุกรรมการเพื่อตรวจเยี่ยมและยืนยันผลกระทบเฉพาะพื้นที่ ซึ่งคณะอนุกรรมการทั้ง 4 คณะจะทำหน้าที่ติดตาม เตรียมพร้อม วางแผน และออกมาตรการเยียวยา หากได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนิโญและลานิญา

Advertisement

“ข้อมูลทางวิชาการ ประเมินว่าโลกและไทยมีโอกาสเจอเอลนิโญไม่น้อยกว่า 3 ปีจากนี้ จะส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน เกษตรกร ดังนั้นจำเป็นต้องเตรียมการล่วงหน้า ซึ่งแผนเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดเหตุก่อน แต่จะเป็นแผนนำมาใช้รับมือ เยียวยาหรือฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบได้ทันที เรื่องน้ำ เห็นว่า หากโครงการใดที่ยังไม่จำเป็น ให้ชะลอออกไปก่อน หรือระงับไว้ก่อน และให้เน้นปรับแผนมาสร้างแหล่งเก็บน้ำ จุดพักน้ำ และทำให้กระจายไปทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชน เกษตรกร มีน้ำกิน น้ำใช้ ซึ่งหลายเรื่องจะนำเสนอรัฐบาลที่มีการสั่งการให้ทบทวนหรือยืนยันโครงการที่จะต้องใช้งบประมาณภายในวันที่ 6 ตุลาคมนี้ ซึ่งทุกการประชุมให้มีความชัดเจนและเห็นผลเบื้องต้นใน 100 วัน” นายภูมิธรรม กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมได้รายงานผลกระทบจากภัยแล้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศป่าไม้ แอ่งซับน้ำเหือดแห้ง เกิดไฟป่า กระทบสัตว์กินหญ้าและสัตว์กินเนื้อ ช้างออกอาละวาด อ่างน้ำแห้งกระทบชลประทานและผลิตไฟฟ้า น้ำทะเลสูงขึ้น พืชน้ำจะตาย ปลาตามธรรมชาติขาดอาหาร เป็นต้น อีกทั้ง ผลกระทบต่อระบบนิเวศทางอากาศ อากาศจะร้อนและแล้งจัด ฝุ่นPM 2.5 รุนแรง อาจเกิดโรคระบาด ราคาเนื้อสัตว์แพงขึ้น