“ทรัพย์สิน” เปิดชิงทำเลทอง “เพลินจิต”  ติดบีทีเอส ผุดอภิมหามิกซ์ยูส ที่ดินพุ่งวาละ 3.1 ล้าน

1.10.23 | 21:39 น.

“ทรัพย์สิน” เปิดชิงทำเลทอง “เพลินจิต”  ติดบีทีเอส ผุดอภิมหามิกซ์ยูส ที่ดินพุ่งวาละ 3.1 ล้าน

กำลังเป็นที่จับจ้องที่ดินกว่า 18 ไร่ ในรัศมี 0 เมตรจากรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีชิดลม ที่ตั้งเดิมของ สำนักงานทีโอที ติดถนนเพลินจิต ทำเลทองใจกลางเมือง

หลังทีโอทีหมดสัญญาเช่าก็ได้เคลียร์สิ่งปลูกสร้างเพื่อส่งคืนพื้นที่ ล่าสุดสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ได้เปิดให้เอกชนที่สนใจเช่าที่ดินระยะยาว 30 ปี 50 ปี และ 60 ปี พัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ ตามศักยภาพของที่ดินที่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มที่

โดยรูปแบบการพัฒนาโครงการ ขึ้นอยู่กับข้อเสนอของเอกชนจะพัฒนาเป็นอะไร ใช้เงินลงทุนเท่าไหร่ และผลตอบแทนที่จะยื่นเสนอตลอดอายุสัญญาเช่า ทั้งนี้ด้วยที่ดินแปลงขนาดใหญ่ อยู่ในทำเลมีศักยภาพ ติดรถไฟฟ้า คาดว่าจะใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง ซึ่งต้องลุ้นบิ๊กทุนค่ายไหนจะทุ่มเงินก้อนโตชิงดำ

นายโสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด(AREA) ได้ให้ความเห็นว่า ที่ดินแปลงนี้มีศักยภาพสูงไม่น้อยหน้าบริเวณสยามสแควร์และเพลินจิต โดยอยู่ในพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจค้าปลีก (Retail Centre) ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่เซ็นทรัลเอ็มบาสซีทางทิศตะวันออก ผ่านเซ็นทรัลชิดลม ห้างเกษรพลาซา เซ็นทรัลเวิร์ดพารากอนไปถึงมาบุญครองทางทิศตะวันออก เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาเป็นอย่างยิ่ง

Advertisement

สำหรับราคาที่ดินแปลงนี้นายโสภณให้ข้อมูลว่าหากเป็นที่ดินขนาด 4 ไร่ หน้ากว้าง 40 เมตร ลึก 160 เมตร จะมีราคาตามฐานข้อมูลของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย ประมาณไว้ตารางวาละ 3.6 ล้านบาท (ราคาตลาด) หรือไร่ละ 1,440 ล้านบาท แต่ที่ดินแปลงนี้มีความลึกเป็นพิเศษถึง 350 เมตรโดยประมาณ ราคาที่ดินจึงลดหลั่นลงไป และโดยที่ที่ดินแปลงนี้มีขนาด 18 ไร่โดยประมาณ ราคาที่ดินจึงควรเป็นเงินประมาณในเบื้องต้นตารางวาละ 3.1 ล้านบาท หรือ 22,320 ล้านบาท อย่างไรก็ตามจำเป็นที่จะต้องประเมินค่าในรายละเอียดต่อไป

นายโสภณกล่าวว่า หากมีการพัฒนาที่ดินแปลงนี้ในเชิงพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน หรือคอมเพล็กซ์ที่รวมที่อยู่อาศัยทางด้านหลังด้วย จะทำให้พื้นที่ย่านสยาม ชิดลม เพลินจิต ราชประสงค์ เป็นศูนย์ค้าปลีกที่สำคัญที่สุดต่อไป

“ยิ่งมีรถไฟฟ้าออกนอกเมืองเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสดึงผู้จับจ่ายเข้ามาในพื้นที่นี้ได้มากขึ้น หากนำที่ดินแปลงดังกล่าวออกมาพัฒนา จะส่งผลให้ราคาที่ดินในย่านนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยปีละประมาณ 5% โดยเฉลี่ย”นายโสภณกล่าว

ก่อนหน้านี้”สุรเชษฐ์ กองชีพ’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ ดีเอ็นเอ จำกัด ระบุว่าที่ดินโซนนี้ราคาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 2.5-3 ล้านบาทต่อตารางวา ขณะที่ราคาประเมินของกรมธนารักษ์นอบใหม่ที่จะประกาศใช้วันที่ 1 มกราคม 2566 ราคาอยู่ที่ 1 ล้านบาทต่อตารางวา

จากราคาที่ดินค่อนข้างสูงในเรื่องการพัฒนาโครงการ คาดว่าจะเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ซึ่งเหมาะสมกับทำเลของที่ดินแปลงนี้ โดยในผังเมืองรวมกรุงเทพฯฉบับปัจจุบัน กำหนดเป็นพื้นที่สีแดง(พาณิชยกรรม) สามารถพัฒนาอาคารขนาดใหญ่ได้