‘มาม่า-ข้าวถุง’ ขานรับ ‘ภูมิธรรม’ ขอลดราคาสินค้า 3 เดือน หนุน ปชช.ใช้จ่ายถึงสิ้นปี’66
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล (ควิกวิน) ในการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส โดยดึงผู้ประกอบการ 288 ราย ประกอบด้วย ผู้ผลิตสินค้า ของกินของใช้จำเป็น รวม 88 ราย ผู้จำหน่าย ทั้งห้างโมเดิร์นเทรด ห้างท้องถิ่น และห้างขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและอุปกรณ์ช่าง รวม 83 ราย ผู้ให้บริการ เช่น โรงพยาบาล ศูนย์บริการรถยนต์ และบริษัทขนส่งสินค้า/พัสดุ รวม 110 ราย แพลตฟอร์ม 7 ราย ปรับลดราคาสินค้าและบริการ รวมทั้งสิ้น 151,676 รายการ และแต่ละแพลตฟอร์มแจกโค้ดส่วนลดใช้สั่งอาหารและซื้อสินค้าออนไลน์ รวม 1,012,000 รายการ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2566
นายภูมิธรรมกล่าวว่า การปรับลดราคาสินค้าและบริการจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนได้ประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท และช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในช่วงปลายปี 2566 ที่สำคัญช่วยสร้างสมดุลให้ทุกภาคส่วนได้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นธรรมในลักษณะวิน-วิน ทั้งประชาชนผู้บริโภค เกษตรกร และผู้ประกอบการไม่ว่าจะรายเล็กหรือรายใหญ่
“สำหรับกระทรวงจะเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ช่วยลดราคานั้น จากนี้มีเรื่องที่ต้องปรึกษากันต่อเนื่อง เช่น ประเด็นเรื่องกฎระเบียบที่ค้างคาและเป็นอุปสรรค โดยกฎระเบียบที่สร้างขึ้นมาในยุคสมัยหนึ่งที่สอดคล้องกับสถานการณ์ ในยุคนี้มีการเปลี่ยนแปลงไป กระทรวงยินดีปรับลดให้สอดคล้องกับสถานการณ์มากขึ้น โดยกระทรวงจะรับมาพิจารณาแก้ไขในทุกภาคส่วน” นายภูมิธรรมกล่าว
นายภูมิธรรมกล่าวว่า การลดราคาสินค้าทำช่วง 3 เดือน หลังจากนั้นจะขอทบทวนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยต้องคำนึงถึงสถานการณ์เศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม กระทรวงจะพยายามตรึงราคาตามเงื่อนไขและความจำเป็นที่เกิดขึ้น ถ้ามีความเปลี่ยนแปลงจริงๆ ราคาจะปรับตาม และไม่สามารถใช้กฎหมายบังคับได้ ซึ่งส่วนที่กระทรวงดำเนินการนั้นจะใช้มาตรการกฎหมายและมาตรการการบริหารที่จะปรึกษาหารือกับผู้ประกอบการในการแก้ไขปัญหา
“สำหรับผลกระทบจะมีต่อเงินเฟ้อไตรมาส 4/2566 นั้น ต้องดูผลหลังจากทำมาตรการเป็นรายเดือนก่อน แต่กระทรวงติดตามใกล้ชิด เบื้องต้นยังไม่มีผลกระทบต่อเงินเฟ้อจนน่ากังวลใจมากนัก แต่จะพิจารณาถึงการขยายตัวของเงินเฟ้อ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาที่กระทรวงจะดูแลอย่างเดียว แต่จะมีมาตรการทางการเงินและการคลังเข้ามาประกอบเพื่อการควบคุมด้วย” นายภูมิธรรมกล่าว
ทั้งนี้ กลุ่มสินค้าที่ลดราคา แบ่งเป็น 3 หมวด ได้แก่ หมวดอาหารและเครื่องดื่ม เช่น อาหารสำเร็จรูป ข้าวสาร ซอสปรุงรส และเครื่องดื่ม รวม 3,058 รายการ ลดสูงสุด 87% หมวดของใช้จำเป็น เช่น ของใช้ประจำวัน เครื่องใช้ไฟฟ้า ของตกแต่งบ้าน-อุปกรณ์ช่าง ยาและเวชภัณฑ์ รวม 8,290 รายการ ลดสูงสุด 80% และหมวดปัจจัยการเกษตร ทั้งปุ๋ย เคมีเกษตร และอาหารสัตว์ 198 รายการ ลดสูงสุด 40% สำหรับกลุ่มบริการ แบ่งเป็น 3 หมวด ได้แก่ หมวดบริการทางการแพทย์ 140,000 รายการ ลดสูงสุด 20% หมวดบริการซ่อมและบำรุงรักษารถยนต์ 123 รายการ ลดสูงสุด 50% และหมวดบริหารขนส่งสินค้า/พัสดุ 7 รายการ ลดสูงสุด 69%
ข้าวหอมลดราคา 20-30%
นายสมเกียรติ มรรคยาธร นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย กล่าวว่า การผลิตข้าวนาปีในปีนี้น่าจะออกมาดี ในส่วนของราคาข้าว โดยข้าวถุงหอมมะลิราคาน่าจะลดได้ 20-30% ส่วนราคาข้าวขาวราคายังไม่นิ่งๆ เพราะต้องดูว่าผู้ประกอบการได้วัตถุดิบมาในราคาที่พอเข้าร่วมมาตรการได้จะลดราคาสินค้าได้เป็นช่วงๆ ขณะที่สถานการณ์การส่งออกข้าวช่วงไตรมาส 4/2566 ดูดีขึ้น เพราะการส่งออกไทยรับออเดอร์สินค้ามาจากประเทศอินโดนีเชียและอิรัก ยังสนับสนุนในส่วนของข้าวขาว และมีข้าวหอมมะลิจะกระเตื้องขึ้น ประกอบกับฤดูกาลข้าวนาปีที่ออกมาช่วงฤดูกาล ทำให้มีการส่งออกข้าวใหม่ที่มีมากขึ้น
มาม่าคาดQ4/66ศก.กระเตื้อง
นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการสำนักกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การลดราคาสินค้าก็ต้องรอดูใน 3 เดือนนี้ (ตุลาคม-ธันวาคม) ซึ่งต้องคอยดูว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้แค่ไหน อย่างไรก็ตาม ช่วงไตรมาส 4/2566 บรรยากาศทางเศรษฐกิจดูคึกคัก และมองว่าเศรษฐกิจอาจได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล หากเทียบกับช่วง 3 เดือนหลังเลือกตั้ง (มิถุนายน-สิงหาคม) เป็นช่วงจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ส่งผลให้กำลังซื้อในส่วนของมาม่า หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหดหายไปบ้าง แต่ครึ่งหลังปี 2566 คาดว่ายอดขายจะกระเตื้องขึ้น
ขณะเดียวกัน การเข้าร่วมปรับราคาสินค้ากับรัฐบาลในสถานการณ์ที่ราคาวัตถุดิบสูงขึ้นแล้วรัฐบาลขอให้ลดราคาสินค้าจะทำได้จริงหรือไม่นั้น ยกตัวอย่างจากสินค้ามาม่า ต้นทุนราคาขายซองละ 7 บาท มีต้นทุนวัตถุดิบ แป้งสาลี น้ำมันปาล์ม ไปจนถึงปลายทางที่ร้านวางขายสินค้าก็มีต้นทุนเรื่องค่าจ้างค่าขนส่ง ค่าแรง และอื่นๆ ร่วมอยู่ ในการที่รัฐบาลเป็นเจ้าภาพขอให้ทุกฝ่ายช่วยกัน ทำให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนของผู้ประกอบการได้เล็กน้อย ต้นทุนบางประเภทลดลงและบางประเภทเพิ่มขึ้น รวมถึงกำไรที่มียอดขายเพิ่มขึ้นก็ปรับลดลง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการธุรกิจ
“ดังนั้น ถ้าจะให้ผู้ประกอบการรายเดียวลดราคาทำไม่ได้ จึงต้องให้ผู้ประกอบการหลายฝ่ายร่วมกัน สุดท้ายที่มาของส่วนลดก็ทำได้ แต่จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการ และยืนยันว่าสามารถทำได้” นายพันธ์กล่าว

