หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชนแนะหั่นง...

เอกชนแนะหั่นงบแจกเงินหมื่นดิจิทัล ไม่ต้องหว่าน 56 ล้านคน ชี้ประหยัดงบโยกใช้ส่วนจำเป็นกว่าได้

4.10.23 | 14:54 น.

เอกชนแนะหั่นงบแจกเงินหมื่นดิจิทัล ไม่ต้องหว่าน 56 ล้านคน ชี้ประหยัดงบโยกใช้ส่วนจำเป็นกว่าได้

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า นโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ให้กับผู้ที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งรวมเป็นจำนวนประมาณ 56 ล้านคน คาดว่าจะใช้งบประมาณอยู่ที่ 5.6 แสนล้านบาท โดยเบื้องต้นมองว่าหากสามารถพิจารณาแจกให้กับกลุ่มผู้ที่มีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างแท้จริง จะสามารถประหยัดงบประมาณได้จากก้อนที่ต้องให้ทั้ง 56 ล้านคน ซึ่งงบประมาณที่ประหยัดได้นั้นจะสามารถนำไปใช้ในส่วนอื่นที่มีความจำเป็นมากกว่า อาทิ การบริหารจัดการน้ำต่างๆ

นายสนั่นกล่าวว่า สำหรับความเหมาะสมหรือกลุ่มที่มีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือนั้น เบื้องต้นประเมินในฐานข้อมูลของแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง ที่เคยใช้เป็นตัวกลางในการส่งมอบความช่วยเหลือให้ประชาชนมีประมาณ 40 ล้านคน แต่จำนวนที่แท้จริงนั้น รัฐบาลยังต้องเข้าไปประเมินตัวเลขจำนวนในข้อมูลเชิงลึกอีกครั้ง โดยมองว่าหากอ้างอิงตัวเลขที่ 40 ล้านคน ก็เท่ากับว่าแทนที่จะให้ความช่วยเหลือทั้ง 56 ล้านคน ก็จะช่วยเพียง 40 ล้านคนเท่านั้น สามารถประหยัดงบประมาณที่ต้องช่วยเหลือผู้ที่ไม่ได้เข้าข่ายต้องการความช่วยเหลือได้ถึง 16 ล้านคน อาทิ ตัวเองและผู้ร่วมแถลงข่าวที่นั่งหัวโต๊ะในการประชุมทั้ง 3 คนนี้ ก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องการรับความช่วยเหลืออย่างชัดเจนอยู่แล้ว

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า กลุ่มที่มีความพร้อมและอยากใช้ หรือต้องการรับความช่วยเหลือในสวัสดิการที่รัฐบาลเคยได้สนับสนุนเดิมมีประมาณ 40 ล้านคน ทำให้หากมีการช่วยเหลือผ่านการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทต่อคนในครั้งนี้ กกร.มองว่าทรัพยากรที่อาจเหลือได้จากความไม่จำเป็นสามารถผันแปรไปใช้ในเรื่องอื่นได้ อาทิ เรื่องการบริหารจัดการน้ำ ที่เป็นเรื่องเร่งด่วนและจำเป็นมากด้วย แต่ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วย เพียงแต่อาจสามารถนำงบประมาณส่วนนี้ที่เหลือไปใช้อย่างอื่นได้ เพราะโดยหลักการไม่คิดว่าคนทั้งหมดจำนวน 56 ล้านคนนี้ มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือนี้ หรือหากได้มาแล้วจะใช้เงินจำนวนที่ได้รับไป ซึ่งข้อมูลของรัฐบาลมีอยู่แล้ว เพราะโครงการสวัสดิการความช่วยเหลือต่างๆ มีมาแล้ว จึงสามารถใช้ฐานข้อมูลที่มีอยู่ได้

“การจำกัดพื้นที่ในการใช้เงินดิจิทัลนี้ เป็นแนวคิดที่มองว่าหากรัฐบาลต้องการให้นโยบายแจกเงินดิจิทัลนี้ได้ผลเชิงบวกแบบสูงสุดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบหลายๆ รอบนั้น ปัจจัยหนึ่งคือ ต้องเน้นกระตุ้นให้ประชาชนใช้จ่ายสินค้าในประเทศ หรือสินค้าชุมชนในพื้นที่ของตัวเอง ไม่ใช่สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ รวมถึงเห็นด้วยกับการจำกัดพื้นที่ เพื่อให้เศรษฐกิจชุมชนสามารถเติบโตได้ โดยสินค้าชุมชนควรจะเป็นฐานในการใช้จ่าย ไม่ใช่ให้เศรษฐกิจชุมชนซื้อของนำเข้าจากต่างประเทศ และหากสามารถให้เงินไปยังกลุ่มเป้าหมายที่มีความจำเป็นต้องได้รับจริงๆ โอกาสในการใช้เงินอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยและหลายรอบ จะสามารถเกิดได้ตามเป้าประสงค์ของรัฐบาลมากกว่า” นายผยงกล่าว

Advertisement