‘พิมพ์ภัทรา’ ปักหมุดอุตฯสีเขียว จับมือ ส.อ.ท. ยกระดับโรงงานไม่กระทบชุมชน

4.10.23 | 17:21 น.

‘พิมพ์ภัทรา’ ปักหมุดอุตฯสีเขียว จับมือ ส.อ.ท. ยกระดับโรงงานไม่กระทบชุมชน

น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานแสดงสินค้าบริการและการจัดการของเสียหรือ Environmental and Waste Management Expo 2023: EnwastExpo2023 ภายใต้แนวคิด “ร่วมขับเคลื่อนสู่โลกที่ดีกว่า”ว่า รัฐบาลจะส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ อาทิ การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมสีเขียว และอุตสาหกรรมความมั่นคงของประเทศ รวมทั้งการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในประเทศ เพื่อให้เป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ

รวมไปถึงการพัฒนาต่อยอดเขตเศรษฐกิจพิเศษ และระเบียงเศรษฐกิจทั้ง 4 ภาค ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่และเมือง ให้เป็นไปตามผังเมืองที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน เพื่อให้เกิดการกระจายความเจริญและกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปสู่ภูมิภาค รัฐบาลจะไม่ละเลยเรื่องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยจะสานต่อนโยบาย Carbon Neutrality เพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้นำของอาเซียนในด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การพัฒนาที่ยั่งยืนจะเปิดประตูบานใหญ่สู่การค้าโลก ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทย โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ปฏิรูปการทำงาน เพื่อก้าวสู่ Eco Industrial for Carbon Neutrality โดยมุ่งยกระดับ อุตสาหกรรมดี อยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นผลมาจากสถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลกที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะขยะและกากของเสียที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี จากรายงานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) พบว่าในปี 2560 ประเทศไทยมีปริมาณขยะประมาณ 27 ล้านตัน หรือประมาณ 74,998 ตัน/วัน โดยเฉพาะขยะภาคอุตสาหกรรมมีมากถึง 33 ตัน/ปี ที่เป็นอันตรายและไม่มีการกำจัดอย่างถูกวิธี ทั้งยังมีการทิ้งโดยผิดกฎหมาย จึงควรมีวิธีการจัดการขยะอย่างถูกวิธีเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการเพิ่มจำนวนผู้ให้บริการกำจัดขยะและนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้

Advertisement

ด้าน นายธีระพล ติรวศิน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม ส.อ.ท. ในฐานะประธานการจัดงาน กล่าวว่า EnwastExpo2023 จัดตั้งแต่วันที่ 4-6 ตุลาคม 2566 อาคาร 6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็คเมืองทองธานี ในงานนอกจากจะมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่ให้การสนับสนุนทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมแล้ว ยังมีผู้บริหารโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลาง-ใหญ่กว่า 40,000 โรงงาน เจ้าหน้าที่และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกว่า 10,000 แห่งทั่วประเทศ ตลอดจนนักวิชาการ นักศึกษาและประชาชนทั่วไป โดยคาดว่าจะมีผู้เยี่ยมชมงานแต่ละวันไม่ต่ำกว่า 10,000 คน นอกจากนี้ จะมีการเจรจาจับคู่ธุรกิจมากกว่า 300 คู่ มีการสัมมนาและเวิร์คช้อปอีกมากกว่า 20 หัวข้อ และมีบริษัทด้านสิ่งแวดล้อม/แบรนด์ดังเข้าร่วมจัดแสดงสินค้านวัตกรรมมากกว่า 100 บริษัท รวมทั้งการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังตลอดทุกวัน