เงินบาทอ่อนค่า นาทีทอง ‘อสังหาไทย’ ต่างชาติช้อปคอนโดพุ่ง บิ๊กแบรนด์ลุยโรดโชว์จีน อินเดีย
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นายอัษฎา แก้วเขียว ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล้อปเม้นต์ จำกัด(มหาชน)หรือ MQDC เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเดินหน้าจัดงานมหกรรม MQDC Well Living Expo วันที่ 12-15 ตุลาคมนี้ โดยเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของศูนย์การค้าพารากอน และมองว่าภาพรวมยังคงเป็นปกติ เชื่อว่ามีความพยายามแก้ปัญหาให้ลงตัวที่่สุด
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า อนันดายืนยันจะจัดงาน ”แด๊ดดี้ สั่งลด”ที่พารากอนในวันที่ 6-8 ตุลาคมนี้ ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่ได้บานปลาย คิดว่าทุกคนเข้าใจ ถ้าคนไทยไม่มั่นใจสถานที่ แล้วคนต่างชาติจะมั่นใจได้อย่างไร ต้องร่วมมือ ร่วมใจสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว คาดว่าในวันงานบรรยกาศคงไม่เหงาและมีกลไกกระตุ้นการทำตลาด โดยในงานมีคอนโดพร้อมอยู่ ราคาเฉลี่ย 6-7 ล้านบาท มาร่วมจัดแคมเปญลดราคา 10-30% ตั้งเป้ามียอดขาย 500-1,000 ล้านบาท
“ช่วง 3 เดือนเรานำคอนโดพร้อมอยู่พร้อมโอน 1,100 ยูนิต ลดราคาครั้งใหญ่ ตั้งเป้ามียอดขาย 7,337 ล้านบาท ซึ่งอีเว้นท์ที่พารากอนเป็นหนึ่งในกิจกรรม เพื่อปลุกตลาดโค้งสุดท้ายของปี และช่วงค่าเงินบาทอ่อนค่าลง 4-5% เมื่อ 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมาส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวและอสังหาฯ เรามียอดขายคอนโดจากต่างชาติเพิ่มขึ้น 4-5% มูลค่า 1,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน และซื้อบิ๊กลอต 100 ห้อง เพราะเป็นช่วงนาทีทองซื้อได้ถูกลง 4-5% ยังได้โปรโมชั่นพิเศษอีก” นายประเสริฐกล่าว
นายประเสริฐกล่าวว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคมนี้ มีแผนนำคอนโดไปโรดโชว์ที่ประเทศอินเดีย สิงคโปร์ จีน เป็นห้องตั้งแต่ 1 ห้องนอนราคา 5-6 ล้านบาท ถึงเพนต์เฮ้าส์ ราคา 35-50 ล้านบาท และเลือกบางทำเลที่ต่างชาติคุ้นเคยไปโรดโชว์ เช่น สุขุมวิท อโศก พระราม9 บางนา เป็นต้น โดยตั้งเป้าจะมียอดขาย 2,000-3,000 ล้านบาท
นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ต่อปี จาก 2.25% ต่อปี สู่ระดับ 2.50% ต่อปี มีผลกระทบเป็นวงกว้าง สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว และจีดีพีโตไม่ถึง 3%. ซึ่งการขึ้นดอกเบี้ยมีผลกระทบต่อกำลังซื้อของอสังหาริมทรัพย์ โดยดอกเบี้ยขึ้นทุก 0.25% กระทบกำลังซื้อหายไป 2% และ8%ต่อการขึ้นดอกเบี้ยทุก 1% รวมถึงทำให้ต้นทุนการกู้เงินหรือการออกหุ้นกู้ของผู้ประกอบการสูงขึ้นด้วย ซึ่งแสนสิริเมื่อกลางปี 2566 ได้ขายหุ้นกู้มูลค่า 6,000 ล้านบาทไปจึงไม่ได้รับผลกระทบเพราะล็อกอัตราดอกเบี้ยไว้แล้ว แต่ต้องรอดูหุ้นกู้ที่จะต้องโรลโอเวอร์ในปี 2567 อย่างไรก็ตามมองว่าปีหน้าถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก คาดว่าอัตราดอกเบี้ยคงไม่ปรับขึ้นอีกแล้ว
นายอุทัยกล่าวว่า สำหรับการเปิดฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีน ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว ส่วนธุรกิจอสังหาฯนั้นยังไม่ชัดจะได้อานิสงส์ ต้องรอดูผล 1-2 เดือนนี้ แต่เชื่อว่าจะทำให้บรรยากาศตลาดอสังหาฯคึกคักขึ้น เมื่อต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว อาจติดใจและเลือกซื้อคอนโดมิเนียมไว้เป็นบ้านหลังที่2 ในทำเลภูเก็ต พัทยา หัวหิน
“แสนสิริร่วมกับเอเจนท์กว่า 300 ราย ทำแคมเปญเจาะลูกค้าต่างชาติมากขึ้น โดยนำคอนโดพร้อมอยู่ 120 โครงการและเปิดตัวใหม่ ทั้งในกรุงเทพ เมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ ไปโรดโชว์ต่างประเทศ เช่น จีน มาเลเซีย พม่า เขมร เป็นต้น เราจะมีรางวัลกระตุ้นให้กับเอเจนท์ หากได้ตามเป้า เช่น แจกรถ ทอง นาฬิกา เป็นต้น ส่วนใหญ่ลูกค้าหลักที่ซื้อโครงการแสนสิริเป็นชาวจีน ซึ่งการทำกิจกรรมดังกล่าวเป็นการค้าขายปกติ เมื่อเขาไม่มา เราก็ออกไปหาเขา” นายอุทัยกล่าว
นายอุทัย กล่าวว่า ส่วนในประเทศระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคม 2566 แสนสิริจะจัดอีเวนต์ใหญ่ลดราคาพิเศษคอนโดมิเนียมและบ้าน ราคาตั้งแต่กว่า 1 ล้านบาทถึง 150 ล้านบาท ที่พารากอน โดยเป็นโครงการพร้อมอยู่ 10,000 ล้านบาท และโครงการเปิดขายในครึ่งปีหลังมีแผนจะเปิด 20 โครงการ เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาดในไตรมาสสุดท้ายนี้

