กนอ.รับลูก’เศรษฐา’ดูดลงทุนต่างชาติ-อุ้มกลุ่มยานยนต์ญี่ปุ่น เมติเชิญ’พิมพ์ภัทรา’นำคณะเยือนญี่ปุ่น ดันขาย/เช่าที่ดินปีงบ67เป้า3,000ไร่ ปลื้มโชว์ยอดขาย/เช่าที่ดินปีนี้5,693ไร่โต182%
นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยแผนดำเนินงานปีงบประมาณ 2567 ว่า กนอ.จะเร่งเดินหน้าดึงการลงทุนทั้งไทยและต่างชาติเข้าลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม ตามนโยบายของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศดึงการลงทุนต่างประเทศครั้งใหญ่ทั้งอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีสูง และอุสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพเป็นฐานการผลิตหลัก สนับสนุนชัพพลายเชนในประเทศ อาทิ รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในของประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นกำลังปรับสู่ยานยนต์ไฟฟ้า(อีวี) เวลานี้จึงต้องเน้นประคองการลงทุุนภายใต้สิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์นักลงทุนมุ่งสู่อีวีต่อไป
นอกจากนี้กนอ.จะเน้นดึงการลงทุนที่สอดรับกับนโยบายของ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ต้องการขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจไปสู่ 4 ภาค การขับเคลื่อนนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลในระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้(เอสอีซี) หลังจากดำเนินการในจ.ปัตตานีแต่ด้วยสถานการณ์ความไม่สงบจึงต้องยุติลง
แผนชักจูงการลงทุน(โรดโชว์)ประจำปีงบประมาณ 2567(1ตุลาคม2566-30กันยายน2567) เบื้องต้นสัปดาห์หน้ากนอ.เตรียมไปโรดโชว์ที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อดึงการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายตามแผน และช่วงเดือนธันวาคมคาดว่า น.ส.พิมพ์ภัทรา จะนำคณะโรดโชว์ญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในนามรัฐบาลไทย ตามคำเชิญของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (เมติ)
นอกจากนี้ช่วงปลายปีกนอ.ยังมีแผนโรดโชว์ประเทศเยอรมนีเพื่อดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมอีวี และอุตสาหกรรมพลังงานไฮโดรเจน ขณะที่ต้นปี2567 จะกำหนดแผนโรดโชว์ชัดเจนอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าแนวโน้มการลงทุนไทยยังขยายตัวได้ดี ได้รับความสนใจทั้งจากนักลงทุนญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน ยุโรป โดยเฉพาะผลจากการย้ายฐานการผลิตจากจีนไปประเทศต่างๆ เพื่อกระจายการลงทุน ซึ่งไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายของนักลงทุนต่างชาติ
สำหรับผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2566 (กันยายน 2565 – ตุลาคม 2566) กนอ.มียอดขาย/เช่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม 5,693 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2565 สูงถึง 182 % เกินกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ 2,500 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ขาย/เช่าในอีอีซี 4,753 ไร่ และนอกพื้นที่อีอีซี 939 ไร่ ปัจจุบัน กนอ. มีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม 68 แห่ง โรงงาน 4,828 แห่ง จ้างงาน 994,696 คน นักลงทุนญี่ปุ่นอันดับหนึ่ง 30% รองลงมาคือจีน 12% และสิงคโปร์ 8% คาดว่าอนาคตนักลงทุนจะมีสัดส่วนใกล้เคียงญี่ปุ่นจากคำขอส่งเสริมการลงทุนที่สูงเป็นอันดับหนึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา

