หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ตลท.’ เชื่อเ...

‘ตลท.’ เชื่อเหตุยิงกลางเมืองกระทบระยะสั้น ย้ำสำคัญที่ต้องแก้ไข-ป้องกันซ้ำรอย

5.10.23 | 17:27 น.

‘ตลท.’ เชื่อเหตุยิงกลางเมืองกระทบระยะสั้น ย้ำสำคัญที่ต้องแก้ไข-ป้องกันซ้ำรอย

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า เหตุการณ์ยิงกลางห้างสรรพสินค้าดังใจกลางเมือง จนมีผู้เสียชีวิตหนึ่งในนั้นเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนนั้น เบื้องต้นมองว่าเป็นผลกระทบระยะสั้น โดยความสำคัญคือ เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีกได้อย่างไร ซึ่งเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รู้แล้วว่ามีความเสี่ยงอย่างไร สิ่งที่ต้องทำคือการสื่อสารว่ามีการปรับปรุง แก้ไข และป้องกันอย่างไร ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบด้านความเชื่อมั่นในภาคการท่องเที่ยวให้ลดน้อยลง

“ขอแสดงความเสียใจกับผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงเจ้าของธุรกิจที่เป็นสถานที่เกิดเหตุ ขอให้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติด้วยความรวดเร็ว โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์วางระเบิดในบางประเทศ ผลกระทบแน่นอนว่ามีเกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญคือ หลังนั้นมีการปรับตัวหรือแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วอย่างไรบ้าง ซึ่งมองว่าจากนี้จะได้เห็นมีเกิดขึ้น ทำให้ผลกระทบมีน้อยลง เพราะเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิด เหมือนในตลาดทุนที่เมื่อมีสิ่งที่เกิดขึ้นมาแบบไม่คาดคิดหรือไม่ควรเกิดขึ้น ต้องมาช่วยกันดูว่าในอนาคตจะพยายามป้องกันให้เรื่องลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นได้ยากหรือไม่เกิดขึ้นได้อย่างไร” นายภากร กล่าว

นายภากร กล่าวว่า ประเด็นการอ่อนค่าของเงินบาทและทิศทางเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) มองว่าสาเหตุที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง เนื่องจากมีฟันด์โฟลว์ไหลออกจากไทยกลับไปสู่ประเทศที่มีดอกเบี้ยในระดับสูง หมายถึงฟันด์โฟลว์ไหลออกทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง แต่ก็เป็นไปได้เหมือนกันที่เพราะเงินบาทอ่อนทำให้ฟันด์โฟลว์ไหลออกด้วย เพราะนักลงทุนที่ถือสินทรัพย์ไทยอยู่มีความกังวลและถอนสินทรัพย์ออกไป โดยประเมินว่ามีความเป็นไปได้ที่หากค่าเงินบาทอ่อนลง ต่างชาติจะเห็นโอกาสในการเข้ามาลงทุนในไทยเพื่อได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น เพราะค่าเงินอ่อนค่า อาทิ เดิมเคยแลกเงินบาท 1 เหรียญสหรัฐ อยู่ที่ 34 บาท แต่ตอนนี้ขึ้นมาเป็น 37 บาท ทำให้หากเรานำเสนอภาพปัจจัยบวกของไทยออกไปได้ว่าบริษัทไทยเริ่มมีการฟื้นตัวแล้ว อาจเป็นจุดทำให้ฟันด์โฟลว์ไหลกลับเข้ามาได้

นายภากร กล่าวว่า การเข้าพบนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีนั้น ได้หารือถึงแผนการพัฒนาตลาดทุนไทยถึงการเปลี่ยนวิธีการทำงาน 5 เรื่อง ได้แก่ 1.การปรับกระบวนการทำงาน การปรับเรื่องวิธีการให้ข้อมูล การจัดการกับซื้อขาย และสร้างความเข้มแข็งให้กับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) แม้มีการปรับเปลี่ยนระบบใหม่ ก็ต้องทำให้ไม่กลายเป็นอุปสรรคต่อการระดมทุนของภาคธุรกิจ 2.การเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นในตลาดทุน เพื่อทำให้ตลาดกลับมามีความคึกคัก 3.การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อออกไปดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ต้องให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไร ให้เห็นถึงศักยภาพของบจ. ที่ทำให้เศรษฐกิจไทยโต 4.หาวิธีทำให้นักลงทุนรายย่อย นักธุรกิจรายย่อย สามารถใช้ตลาดทุนไทยเป็นเครื่องมือในการระดมทุน รวมถึงสามารถไปลงทุนต่อในต่างประเทศไทย และ 5.ทำให้เกิดการทำการจดทะเบียนข้ามตลาด (Cross Listing) หรือการดึงบริษัทต่างประเทศเข้ามาระดมทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น

นายภากร กล่าวว่า สำหรับกรณีนายกฯ เสนอให้ขยายเวลาการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องบอกว่าไม่มีอะไรที่เป็นข้อจำกัดในการปรับเพิ่มเวลาซื้อขายอยู่แล้ว และที่ผ่านมามีการศึกษาถึงประโยชน์การขยายเวลาซื้อขายมาโดยตลอด เมื่อได้ข้อเสนอจากนายกฯ ก็จะเร่งนำผลการศึกษามาขอรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ถึงประโยชน์สูงสุดหรือข้อจำกัดที่จะเกิดขึ้นให้เร็วที่สุด โดยประโยชน์ที่จะได้รับแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาว่าจะเป็นช่วงเช้า หรือช่วงเที่ยง หรือช่วงเย็น ซึ่งประโยชน์จะไม่เหมือนกัน รวมถึงปริมาณการซื้อขายก็จะเพิ่มขึ้นไม่เท่ากันด้วย

Advertisement