‘เศรษฐา’ ถกส.อ.ท. รับข้อเสนอ 8 ข้อ แนะทำข้อมูลย่อยง่ายทำงานร่วมกัน ห่วงแล้ง-สั่งดูแลรถไอซีอีญี่ปุ่น คงฐานผลิตสุดท้ายอีก 15 ปี
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประชุมร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 20 นาที จากนั้นนายเศรษฐาได้เดินทางกลับเพื่อไปตรวจเยี่ยมอุทกภัยที่จ.อุบลราชธานี โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า ได้ขอให้ส.อ.ท.ทำแอคชั่นแพลนเพื่อย่อยข้อเสนอทั้ง 8 ข้อ จากนั้นจะให้ทีมงานร่วมหารืกับส.อ.ท.ในแต่ละข้อเสนอเพื่อแก้ไขและผลักดันร่วมกันต่อไป
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ได้เสนอนายกรัฐมนตรี 8 ข้อเสนอหลักจาก 70 ข้อ เน้นพัฒนา 3 ด้าน คือ การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน การขับเคลื่อนจีดีพีให้เติบโตมากและการพัฒนาเศรษฐกิจแบบบีซีจี
โดย 8 แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ได้แก่ 1. การปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ เพื่อส่งเสริม อีสออฟดูอิ้งบิสซิเนสและเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจ 2.การพัฒนาบุคลากร เพิ่มผลิตภาพแรงงาน และแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานทั้งระบบ 3.การบริหารจัดการด้านพลังงานทั้งระบบรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 4.การส่งเสริมการส่งออก การค้า และสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
5.การยกระดับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรม และดิจิทัล 6.การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน การบริหารจัดการทรัพยากรนํ้า และการมุ่งสู่เป้าหมายเน็ตซีโร่ 7.การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 8.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และพื้นที่สำหรับอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ นายเศรษฐา รับฟังข้อเสนอแนะทั้ง 8 ข้อ โดยขอให้จัดทำแอคชั่นแพลน ทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาวที่ชัดเจน และเสนอกลับไปอีกครั้งเพื่อให้ทีมงานนายกฯร่วมทำงานกับส.อ.ท. โดยระบุจะหารือด้วยตัวเองบ่อยขึ้น คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังโอเคกับการขอฟื้นคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน หรือ กรอ.
“นายเศรษฐายังเน้นย้ำถึงปัญหาภัยแล้งที่จะหนักหน่วง โดยเฉพาะช่วงเมษายน2567 ต้องบริหารจัดการน้ำรอบด้าน การเพิ่มเขตการค้าเสรีกับประเทศต่างๆ ให้ดูแลค่ายรถญี่ปุ่นที่ยังผลิตรถยนต์สันดาปภายใน หรือ ไอซีอี ในฐานะผู้มีพระคุณของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เพื่อเป็นฐานผลิตสุดท้ายของโลก หรือ ลาสต์แมนสแตนดิ้ง อีก15ปีข้างหน้า เพราะไทยเป็นซัพพลายหลักของโลก จ้างงานถึง6แสนคน” นายเกรียงไกรกล่าว

