นักธุรกิจไทยช็อก เหตุรุนแรงอิสราเอล หวังไม่มีมือที่สามร่วมป่วน จับตาเปิดเจรจาเอฟทีเอไทย-อิสราเอลชะงัก
จากการสอบถามนักธุรกิจในไทย ถึงกรณีเกิดเหตุจรวดโจมตีจากฉนวนกาซาไปยังหลายพื้นที่ในอิสราเอลและนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่า อิสราเอล “เข้าสู่สงคราม” ขณะที่แรงงานไทยหลายคนถูกจับเป็นตัวประกัน
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า รู้สึกช็อก กังวลว่าจะเป็นอีกสงคราม นอกจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน อย่างไรก็ตาม คงต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป ส่วนตัวหวังว่าคงไม่บานปลาย และไม่มีมือที่สามเข้ามาร่วมผสมโรง เบื้องต้นเหตุรุนแรงกระทบเรื่องความปลอดภัยของชีวิต รายได้และสวัสดิภาพแรงงานไทยที่ทำงานในอิสราเอลจำนวนมากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนด้านการค้าระหว่างประเทศ ยอดส่งออกและนำเข้าระหว่างไทยกับอิสราเอลต่อปีมูลค่าไม่มาก จึงผลกระทบต่อส่งออกรวมไม่สูง ส่วนเรื่องการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ที่ไทยกำลังเจรจาเปิดเสรี (เอฟทีเอ) กับกลุ่มประเทศอาหรับในขณะนี้นั้น ประเทศที่จะทำเอฟทีเอเป็นกลุ่มประเทศในอ่าวอาหรับ 6 ประเทศ ซึ่งไม่รวมอิสราเอล จึงไม่มีผลกระทบอะไร
นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร กล่าวว่า เหตุรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้นในอิสราเอลนั้น ยอมรับว่ารู้สึกตกใจ ไม่คาดคิดแม้รู้ว่ามีความขัดเแย้งกันมาต่อเนื่อง เหตุการณ์ครั้งนี้ กระทบทางอ้อมในแง่การใช้จ่ายและความรู้สึกว่าสงครามจะลามต่อไปและยืดเยื้อแค่ไหน ผสมกับเรื่องความกังวลของต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนถึงความปลอดภัยของประเทศไทย ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะกระทบตรงการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายแน่นอน เชื่อว่ารัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะเร่งประชาสัมพันธ์และย้ำท่องเที่ยวไทยปลอดภัย ตอนนี้โซเชียลในจีนพูดเตือนเรื่องความปลอดภัยของประเทศไทย ยังมีเหตุการณ์กราดยิงในห้างกลางกรุง และมีการแชร์ข่าวลือต่างๆ นานาอีก เรื่องนี้รัฐบาลต้องเร่งทำความเข้าใจ ไม่แค่จีน แต่กับทุกประเทศ ยิ่งเร็วและทำถี่มากที่สุด จะดีต่อภาคท่องเที่ยวที่กำลังเข้าช่วงไฮซีซั่นปลายปีอีกครั้ง
แหล่งข่าวจากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การเจรจาเอฟทีเอไทยกับกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ที่กำลังดำเนินการอยู่ คาดว่าจะไม่มีผลกระทบ ยังจะเดินหน้าตามแผน แต่สำหรับการเจรจาเอฟทีเอกับอิสราเอล ยังไม่ได้เริ่ม แต่เป็นแผนสำหรับปีหน้า 2567 ซึ่งตอนนี้คงต้องติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพราะการเปิดเจรจาเอฟทีเอต้องดูความพร้อมของทั้งสองฝ่าย
ทั้งนี้ ข้อมูลการค้าไทยกับอิสราเอล ช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2566 มีมูลค่า 856.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 1.1% โดยไทยส่งออกไปอิสราเอล 545.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 12.62% และนำเข้า 311.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 14.18% ในปี 2565 มูลค่ารวม การค้าไทย-อิสราเอล 1,401.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 10% โดยไทยส่งออกไปอิสราเอล 850.17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 2.92% และนำเข้าจากอิสราเอล 551.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 22.9% สินค้าส่งออกจากไทยไปอิสราเอลที่สำคัญ ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋อง อัญมณีและเครื่องประดับ ตู้เย็นและส่วนประกอบ ข้าว เครื่องจักรและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์ไม้ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เป็นต้น สินค้าที่ไทยนำเข้าจากอิสราเอล ได้แก่ เครื่องเพชรพลอยและอัญมณี ปุ๋ย เครื่องจักรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เป็นต้น
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง
- นายกฯ อัพเดตคนไทยเสียชีวิตเพิ่มเป็น 2 เหตุกลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอล
- พิพัฒน์ เปิดรายชื่อแรงงานไทยถูกจับในอิสราเอล 6 คน บาดเจ็บ 7 คน
- เตรียมแก้แค้น! อิสราเอลเตือนคนฉนวนกาซาทิ้งบ้าน ยอดดับพุ่งทะลุ 480 เลวร้ายสุดใน 50 ปี

