เศรษฐกิจป่วนหนักฉุดบาทอ่อนยวบรอบ 11 เดือน หุ้นร่วงแรง หลังนักลงทุนเทขายสินทรัพย์ไทย
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม รายงานจากธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทระหว่างวันที่ 9-13 ตุลาคม ที่ระดับ 36.60-37.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยช่วงที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 11 เดือนที่ 37.24 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่ฟื้นกลับมาบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์จากวันที่ 6 ตุลาคม เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 37.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ การอ่อนค่าเงินบทเป็นผลจากเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่า หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง การปรับตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลก และสถานะการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติซึ่งอยู่ในฝั่งขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 2-6 ตุลาคม นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 8,855 ล้านบาท และมีสถานะเป็น Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 4,072 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 3,069 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 1,003 ล้านบาท)
นอกจากนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,415 และ 1,400 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,460 และ 1,470 จุด ตามลำดับ โดยดัชนีหุ้นไทยแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี 9 เดือนที่ 1,429.99 จุด ซึ่งช่วงวันที่ 6 ตุลาคม ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,438.45 จุด ลดลง 2.24% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 48,209.07 ล้านบาท ลดลง 12.86% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 3.27% มาปิดที่ระดับ 435.82 จุด ทั้งนี้ หุ้นไทยปรับตัวลงแรงต่อเนื่องจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐ การอ่อนค่าของเงินบาท รวมถึงการปรับลดประมาณการเศษฐกิจไทยโดยธนาคารโลก
ทั้งนี้ ประเมินปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์สกุลเงินในภูมิภาค และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อและดัชนีความเชื่อมั่นในมุมมองผู้บริโภคเดือนตุลาคม ดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกันยายน จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และบันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 19-20 กันยายน นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามยอดปล่อยกู้สกุลเงินหยวน ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกันยายน ของจีนด้วยเช่นกัน

