เจ้าสัวเบียร์ช้าง-ซีพี ทุ่มพลิกโฉม “บิ๊กซี-โลตัส” จากไฮเปอร์มาร์เก็ต สู่ “ไลฟ์สไตล์มอลล์” ทั่วไทย
เมื่อพฤติกรรมลูกค้าไม่เหมือนเดิม ทำให้สองยักษ์ “ไฮเปอร์มาร์เก็ต” ทั้ง “บิ๊กซี” ธุรกิจค้าปลีกของตระกูลสิริวัฒนภักดีและ “โลตัส” ที่กลับมาสู่อ้อมกอดของ “ตระกูลเจียรวนนท์” อีกครั้งเมื่อปี 2565 ต้องทุ่มงบก้อนโตทยอยรีโนเวตสาขามีอยู่ทุกทิศทั่วไทยให้ทันสมัย ตอบโจทย์ของลูกค้าทุกเจเนอเรชั่น ตรึงลูกค้าให้อยู่ในห้างให้นานที่สุด
ความเคลื่อนไหวหลัง บริษัท บิ๊กซี รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BRC ประกาศทุ่มเม็ดเงินกว่า 500 ล้านบาท เพื่อสลัดภาพ ”บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า รัชดาภิเษก” จาก ”ไฮเปอร์มาร์เก็ต” เป็น “บิ๊กซีเพลส” (Big C Place) เมื่อกลางปี 2566 ที่ผ่านมา ล่าสุดเริ่มเดินหน้าก่อสร้าง ปรับปรุงเต็มสตรีม ให้แล้วเสร็จในปี 2567
หวังให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้า ที่ต้องการพื้นที่แฮงเอาต์ พักผ่อน ซึ่ง ”รัชดาภิเษก” ในวันนี้ กลายเป็นย่านที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะชาวจีน
”อัศวิน เตชะเจริญวิกุล” หัวเรือใหญ่ BRC ให้เหตุผลของการลุกขึ้นมาปรุงโฉมใหม่ว่า ปัจจุบันวิวัฒนาการ การซื้อสินค้าของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ไม่ได้อยากมาซื้อของอย่างเดียว แต่อยากใช้ชีวิต ใช้เวลาอยู่ในนี้ ต้องการพื้นที่แฮงเอาต์และพักผ่อน ซึ่ง ”บิ๊กซีเพลส” จะเป็นการตอบโจทย์ ไม่ว่าเรื่องกิน ร้านค้า ร้านอาหาร สตรีทฟู้ด ต่อไปอาจจะมีร้านหม่าล่า ปิ้งย่าง รวมถึงจะเชื่อมกับ “เดอะสตรีทรัชดา” เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจีนและสร้างประสบการณ์ดีๆ ให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ

“โมเดลบิ๊กซีเพลส เน้นสาขาขนาดใหญ่ ที่มีโอกาศเติบโต อยู่ในเมืองท่องเที่ยว ซึ่งปีนี้ใช้งบ 2,000 ล้านบาท รีโนเวต บิ๊กซีให้เป็นบิ๊กซีเพลสประมาณ 10-15 สาขา นำร่องลำลูกกาและรัชดา แต่ละสาขาจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับคาแร็กเตอร์ลูกค้าในพื้นที่นั้นๆ แต่โดยหลักลดพื้นที่ขาย เพิ่มพื้นที่เช่า พื้นที่ช้อปปิ้งมากขึ้น” อัศวินกล่าว
พร้อมยกตัวอย่าง ”สาขารัชดาภิเษก” มีคนจีนอยู่จำนวนมาก รวมถึงนักท่องเที่ยวก็เริ่มเข้ามาใช้บริการมากขึ้น อาจจะมีร้านหม่าล่า หรือร้านปิ้งย่างตอบสนองลูกค้าด้วย นอกจากนี้มีปรับพื้นที่ฟู้ดคอร์ต กลางวันขายอาหาร กลางคืนอาจจะมีพื้นที่จัดงานและมีติดจอแอลอีดี ยังมีพื้นที่เล่นเกม พื้นที่ Edutainment พื้นที่เช่าเชิงไลฟ์สไตล์ พื้นที่เช่าสำหรับด้านการบริการสุขภาพและความงาม ร้านอาหารเครื่องดื่ม พื้นที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง พื้นที่ Co-working เป็นต้น เมื่อลูกค้าเข้ามาใช้เวลาในพื้นที่นานขึ้น ทำให้การจับจ่ายภายในศูนย์แต่ละสาขาสูงขึ้นตามไปด้วย
ลัดเลาะ ”บิ๊กซีสาขารัชดาภิเษก” ที่กำลังถูกพลิกโฉมเป็น ”บิ๊กซีเพลส” ปัจจุบันยังเปิดให้บริการ ควบคู่การเร่งเครื่องก่อสร้างปรับปรุงทั้งภายใน ภายนอก
โดยภายในห้าง จะมีการจัดพื้นที่ใหม่ คล้ายไลฟ์สไตล์มอลล์มากขึ้น ด้วยการนำศูนย์อาหาร หรือฟู้ดพาร์ค จากเดิมอยู่บริเวณชั้น 1 ไปอยู่บนชั้น 2 พร้อมเติมร้านดังเพิ่ม เช่น นายอ้วนเย็นตาโฟนะเต็ง, ครัวคุณแดง, ข้าวต้มมหาชัย, ขาหมู พ.4, หอยทอดวัฒนา, บุญตงเกียรติ ข้าวมันไก่สิงคโปร์, ช้อนเงิน เป็นต้น ขณะที่พื้นที่ด้านชั้น 1 รวมถึงลานด้านหน้า จะเป็นส่วนของร้านค้าหลากแบรนด์ เช่น สตาร์บัคส์ อเมซอน แบล็คแคนยอน ก๋วยเตี๋ยวเรือพระนคร ปังสยาม ไนน์ชาบู เป็นต้น ส่วนพื้นที่จอดรถจะทำเป็น 2 ชั้น
ฝั่ง ”โลตัส” ทาง “เบญจวรรณ อ่องศรี” ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานบริหารพื้นที่ศูนย์การค้า โลตัส กางแผนปี 2566 ใช้เงินลงทุน 12,000 ล้านบาท เปิดสาขาใหม่ ปรับปรุงและขยายพื้นที่สาขาเดิม รวม 31 แห่งทั่วประเทศ สู่โมเลใหม่”สมาร์ทคอมมูนิตี้เซ็นเตอร์” ด้วยขนาดพื้นที่ประมาณ 30,000-40,000 ตารางเมตร ใหญ่เท่าศูนย์การค้าขนาดกลาง โดยเป็นการสร้างใหม่ 7 สาขาในจังหวัดท่องเที่ยวหรือหัวเมืองใหญ่ เช่น ยะลา อีก 24 สาขา จะขยายพื้นที่เดิมให้ใหญ่ขึ้นเป็น 30,000 ตารางเมตร นำร่อง 4 สาขา ได้แก่ ปากช่อง อุดรธานี พัฒนาการ เอกมัย-รามอินทรา ที่เหลือเป็นการรีโนเวต เช่น บางกะปิ ลาดพร้าว โดยทั้งหมดจะแล้วเสร็จในปี 2567-2568

“เราจะแปลงร่างจากโลตัสจากไฮเปอร์มาร์เก็ตธรรมดา เป็นสมาร์ทคอมมูนิตี้เซ็นเตอร์มากขึ้น เพิ่มพื้นที่ ศูนย์กลางอาหาร ร้านอาหาร ให้หลากหลาย พื้นที่ไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ พื้นที่สมาร์ทไลฟ์ โซลูชั่น และปรับรูปแบบการดีไซน์เป็นโมเดิร์น ให้ทันสมัยเหมาะกับการใช้ชีวิตของทุกวัย หลังได้รับการตอบรับดีจากโลตัสนอร์ธราชพฤกษ์ และโลตัส พรีเว่ เจริญนคร รวมถึงจะเพิ่ม Lotus’s Eatery ศูนย์รวมอาหารทุกประเภทที่ทันสมัย อร่อย เข้าถึงง่าย มีหุ่นยนต์บริการและเป็นแคชเลสหรือไร้เงินสดเข้าไปในบางสาขา” เบญจวรรณกล่าวทิ้งท้าย
นับเป็นอีกความเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตานับจากนี้

