‘ธนวรรธน์’ ชี้สงครามอิสราเอล-ฮามาส ไม่กระเทือนไทยทั้งส่งออก-ท่องเที่ยว

9.10.23 | 13:24 น.

‘ธนวรรธน์’ ชี้สงครามอิสราเอล-ฮามาส ไม่กระเทือนไทยทั้งส่งออก-ท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า สงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสนั้น มีมายาวนานกว่า 50 ปีแล้ว โดยระยะหลังไม่เคยเห็นมีกองกำลังชาติที่ 3 เข้ามาร่วมในปฏิบัติการความขัดแย้งระหว่างทั้ง 2 ประเทศ สถิติดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่าความขัดแย้งเป็นเพียง 2 ประเทศเท่านั้น ยังไม่เห็นท่าทีว่าจะมีสงครามบานปลายไปในตะวันออกกลางรวม แต่สิ่งที่มีผลต่อไทยคือ ความเดือดร้อนของแรงงานที่อยู่ในประเทศนั้น ทั้งการบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือรายได้จากการทำงานที่จะไม่แน่นอนมากขึ้น ซึ่งเป็นผลกระทบทางตรง แต่เชื่อว่ารัฐบาลไทยและกระทรวงต่างประเทศ จะดูแลจัดการได้ รวมถึงทางการอิสราเอลก็จะดูแลความปลอดภัยมากขึ้น เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว แต่ขณะนี้อิสราเอลน่าจะตั้งหลักได้แล้ว

นายธนวรรธน์กล่าวว่า ผลกระทบในด้านการค้าและบริการ จากสถิติของกระทรวงพาณิชย์ การค้าของไทยและอิสราเอล คิดเป็น 0.2% อยู่อันดับที่ 40 ของคู่ค้าไทย ไม่ได้เป็นตลาดใหญ่ในการส่งออกของไทย มีมูลค่าประมาณ 800 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เทียบกับการนำเข้าประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1 หมื่นล้านบาท เทียบเท่า 1 เดือนในการส่งออกของไทยที่มีมูลค่าประมาณ 2.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น ต้องถือว่าเป็นตลาดที่มีความสำคัญ แต่หากการค้าขายระหว่างกันเส้นทางขนส่งไม่กระเทือน และอิสราเอลอาจมีความต้องการสินค้าเพิ่มมากขึ้น ระหว่างที่มีความไม่นิ่งของสถานการณ์ ทำให้การค้าขายไม่ควรถูกกระทบกระเทือน เพราะยังไม่มีสถานการณ์ปิดประเทศ เส้นทางขนส่งคมนาคมถูกตัดขาดจนไม่สามารถเดินทางได้ ทำให้ในแง่ของกระแสเงินไหลเข้าและออก ไม่ควรมีปัญหาอุปสรรคมาก ภายใต้เงื่อนไขของสถานการณ์นี้ไม่ยืดเยื้อบานปลายเหมือนสงครามรัสเซียและยูเครน

นายธนวรรธน์กล่าวว่า ในแง่การท่องเที่ยว มีชาวอิสราเอลเข้ามาเที่ยวไทยประมาณ 2 แสนคน ซึ่งจำนวน 2 แสนคนต่อปีถือว่าไม่มากนัก หากเหตุการณ์นี้จบเร็ว จำนวนนักท่องเที่ยวรายเดือนประมาณ 1-2 หมื่นคนต่อเดือนก็ไม่น่าจะกระเทือนมากนัก โดยประเมินการใช้จ่ายต่อคนอยู่ที่ 4.2 หมื่นบาทต่อคนต่อทริป มูลค่าก็ไม่น่าสูงมาก ทำให้ผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรงคงไม่กระเทือนรุนแรง ไม่น่ามีผลต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะหากสมมุติฐานการหายไปของการส่งออกและท่องเที่ยวที่อยู่ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท จะมีผลต่อเศรฐกิจไทยประมาณ 0.2-0.3% เท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นความเสียหายทั้งหมดแน่นอน เป็นเพียงความเสียหายระยะสั้นที่มีความไม่แน่นอน ผลกระทบจึงไม่คาดว่าจะรุนแรง

“ผลกระทบทางอ้อมเป็นการดันให้ราคาน้ำมันโลกปรับขึ้นไปประมาณ 4% และอาจปรับขึ้นได้อีกหากมีเหตุการณ์ที่ไม่แน่นอนมากขึ้น จึงอาจมีผลต่อราคาน้ำมันในประเทศไทยบ้าง ทำให้ราคาน้ำมันขึ้นมา แต่ไม่ควรปรับขึ้นทะลุ 1-2 บาทต่อลิตรไปไกลมากนัก และควรเป็นระยะสั้นเท่านั้น ทำให้ผลกระทบในทางอ้อมก็คงไม่ได้มากนักเช่นกัน ประเมินความยืดเยื้อยาวนาน มองในอดีตที่ผ่านมา สงครามระหว่าง 2 ประเทศนั้น ไม่เคยมีบุคคลที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงไม่น่ามีความรุนแรงบานปลายจนทำให้เกิดสงครามในตะวันออกกลาง และมีประเทศอื่นๆ เข้ามาร่วมด้วย” นายธนวรรธน์กล่าว

Advertisement