‘เลขาฯก.ล.ต.’ ป้ายแดง เร่งกู้ความเชื่อมั่นตลาดทุน แง้มแผนตั้งกองทุนเยียวยาผู้เสียหาย

‘เลขาฯ ก.ล.ต.’ ป้ายแดง เร่งกู้ความเชื่อมั่นตลาดทุน แง้มแผนตั้งกองทุนเยียวยาผู้เสียหาย

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า การเข้ามารับตำแหน่งในตลาดทุนครั้งนี้ จะเน้นสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุน และติดตามสิ่งที่เป็นประเด็นสาธารณะ และสื่อสาร เพื่อเร่งกู้ความเชื่อมั่นในตลาดทุนคืน โดยสิ่งที่ได้ทำแล้ว อาทิ หุ้นมอร์ หุ้นสตาร์ค หลังจากดำเนินการทางกฎหมายแล้ว ซึ่งที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้เข้าไปทำอย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งจากนี้ก็จะเป็นหน้าที่ของดีเอสไอในการตรวจสอบต่อไป ทาง ก.ล.ต.ได้มีการประสานงานหากมีข้อมูเพิ่มเติม และหากมีความคืบหน้า ก.ล.ต.ก็จะชี้แจงอีกครั้ง โดยจากกรณีที่เกิดขึ้นนี้ ทาง ก.ล.ต.มีแนวคิดในการจัดตั้งกองทุนเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุนที่เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา และสรุปผลว่าทำได้หรือไม่ แล้วจะออกมาเป็นรูปแบบใด คาดว่าจะได้ข้อสรุปในปลายปี 2566

“ต่อไป ก.ล.ต.จะประสานความร่วมมือกับดีเอสไอและ ตลท.ในการสื่อสารความคืบหน้าการดำเนินการสอบสวนของแต่ละเคส” นางพรอนงค์กล่าว

นางพรอนงค์กล่าวว่า อย่างในกรณีหุ้นสตาร์ค จะประเมินว่าควรต้องหาวิธีปิดจุดอ่อนของกรณีหุ้นสตาร์คลักษณะแบบนี้อย่างไร รวมถึงกำหนดบทลงโทษได้อย่างไรบ้าง ซึ่งจากนี้จะดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อขยายผลต่อผู้กระทำความผิดต่อไป ส่วนการตกแต่งบัญชีและทุจริตของหุ้นสตาร์ค ทาง ก.ล.ต.ได้ยื่นข้อมูลทั้งหมดไปยังดีเอสไอ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้ว แต่การสร้างราคาหุ้น และใช้ข้อมูลภายในทำการซื้อขาย (อินไซด์เดอร์) อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน หากมีหลักฐานที่ชัดเจน ก็จะดำเนินการต่อไป ส่วนการเอาผิดตัวกลางยื่นไฟลิ่งขายหุ้นกู้ของหุ้นสตาร์คนั้น อยู่ระหว่างดำเนินการหาข้อเท็จจริง ซึ่งจะต้องดูเรื่องจรรยาบรรณ (Conduct) ในการขายหุ้นกู้ดังกล่าว ในส่วนของผู้ตรวจสอบบัญชีของหุ้นสตาร์คที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต.เตรียมจะดำเนินการยกระดับการตรวจสอบบัญชี มีการตั้งข้อสังเกต (ต่อมเอ๊ะ) มากขึ้น เพื่อเพิ่มคุณภาพผู้ตรวจสอบบัญชีมากขึ้น ในส่วนหุ้นมอร์ ขณะนี้ได้ยื่นเรื่องไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) อย่างกรณีของหุ้นมอร์ได้ยื่นเรื่องไปยัง ปอศ. 2 ครั้ง แต่ก็มีการประสานงานกับดีเอสไอด้วยเช่นกัน

“สินทรัพย์ดิจิทัล ปัจจุบันสิ่งที่ ก.ล.ต.พัฒนาและกำกับในด้านการระดมทุนและลงทุนเหล่านี้ ไม่อยากให้เกิดภาพความเหลื่อมล้ำระหว่างสินทรัพย์เดิมกับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยขณะนี้ ก.ล.ต.อยู่ในกระบวนการปรับแก้กฎหมายให้สินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็นอินเวสเมนต์โทเคน มาอยู่ใน พ.ร.บ.หลักทรัพย์ ซึ่งการแก้กฎหมายดังกล่าวต้องใช้เวลาโดยขณะนี้อยู่ในชั้นกฤษฎีกา โดยเน้นย้ำว่าอยากให้ตลาดทุนเป็นที่รักของทุกคน สามารถพึ่งพา เข้ามาใช้กลไกของได้ตลาดทุน ไม่ใช่เพียงการลงทุนเท่านั้น แต่ในด้านของการออมด้วย โดยเฉพาะการออมเพื่อเตรียมความพร้อมในวัยเกษียณต่อไป” นางพรอนงค์กล่าว

Advertisement

นางพรอนงค์กล่าวว่า สำหรับกรณีการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทต่อคน ประมาณ 56 ล้านคน คิดเป็นงบประมาณอยู่ที่ 5.6 แสนล้านบาท โดยเบื้องต้นขณะนี้ ก.ล.ต.อยู่ระหว่างการติดตามความคืบหน้าและความชัดเจนของรูปแบบการแจกเงินดังกล่าว เพราะตอนนี้ยังไม่เห็นความชัดเจนมากนัก ซึ่งจากการแต่งตั้งคณะทำงานของนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มี ก.ล.ต.อยู่ในคณะทำงานนั้นด้วย จึงไม่ได้มีข้อมูลจนสามารถประเมินภาพอะไรได้ โดยหากมีความชัดเจนออกมา อาทิ เงื่อนไขในการดำเนินการ รูปแบบของการแจกเงิน แหล่งเงินทุน จึงจะสามารถประเมินผลออกมาได้อีกครั้ง นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ ก.ล.ต.ก็ไม่ได้มีการหารืออะไรร่วมกันด้วย

นางพรอนงค์กล่าวว่า มุมมองและวิสัยทัศน์ด้านการบริหารงาน ถือเป็นการปรับเปลี่ยนบทบาทใหม่ แต่ภายใต้องค์กรและสภาพแวดล้อมที่มีความคุ้นเคย โดยมีเป้าหมายหลักคือการนำพา ก.ล.ต.ให้เป็นองค์กรกำกับดูแลที่มีแนวทางการพัฒนาตลาดทุนและประสานผลลัพธ์ให้มีพัฒนาการที่ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ภายใต้การจัดการด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีในระดับสากล เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น เชื่อถือได้ แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียและผู้มีส่วนร่วมในตลาด โดยให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ การออกกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนและปฏิบัติได้ เพื่ออำนวยให้เกิดความสามารถในการแข่งขันได้ในทุกภาคส่วน ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างความความเชื่อถือและความเชื่อมั่น คือ การลงมือทำของ ก.ล.ต.ในการปฏิบัติงานด้านต่างๆ ที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความอิสระ ความโปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยขอให้ติดตามและตรวจสอบการทำงาน และขอให้ดูที่ผลงานจากการเข้ามารับตำแหน่งเลขาธิการ ก.ล.ต. ทั้งนี้ พร้อมรับข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อปรับปรุงและประยุกต์ใช้ต่อไป

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image