หน้าแรก เศรษฐกิจ ประเสริฐ ปิดเ...

ประเสริฐ ปิดเว็บไซต์ปืนเถื่อนแล้ว 78 เว็บ ถก ‘เฟซบุ๊ก-ติ๊กต็อก’ คุมเข้มเพจปลอมหลอกปชช.

11.10.23 | 14:38 น.

‘ประเสริฐ’ รมว.ดีอีเอส ถกเฟซบุ๊ก-TikTok มอนิเตอร์โฆษณาเพจผิดกฎหมาย หลอกลงทุน-ขายปืนเถื่อน เล็งเซ็นเซอร์ข้อความสุ่มเสี่ยงร่วมกัน เผยปิดเว็บขายปืนเถื่อนแล้ว 78 เว็บไซต์ ส่วนความคืบหน้าตั้งศูนย์ AOC อยู่ระหว่างการทดสอบระบบ พร้อมคิกออฟ 1 พ.ย.แน่นอน

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ภายหลังจากวันที่ 9 ตุลาคม โดยกระทรวงดีอีเอสได้เข้าหารือกับแพลตฟอร์มออนไลน์ เฟซบุ๊ก (Facebook) และติ๊กต็อก (TikTok) เพื่อทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในการปิดเพจเกี่ยวกับการโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มแบบผิดกฎหมาย

ทั้งเรื่องการโฆษณาหลอกลวงลงทุนผ่านเพจปลอมที่มีการซื้อโฆษณา และการขายอาวุธปืนผ่านแพลตฟอร์ม โดยกระทรวงดีอีเอสขอให้ทั้ง 2 แพลตฟอร์ม ส่งรายงานจำนวนเพจผิดกฎหมายดังกล่าวให้กระทรวงดีอีเอส ว่าสามารถตรวจสอบได้จำนวนเท่าไหร่ เพื่อดูวิธีการตรวจสอบผ่านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ว่าทำงานอย่างไร รวมถึงมีการหารือเพื่อกำหนดเซ็นเซอร์ข้อความที่สุ่มเสี่ยงในการหลอกลวงประชาชน เช่น คำว่าชวนลงทุน รวย เป็นต้น

“การทำงานร่วมกันครั้งนี้นับว่าเป็นการทำงานร่วมกันเชิงรุกของกระทรวงดีอีเอสครั้งแรก เพื่อทำงานกันอย่างใกล้ชิด แม้ว่ายังไม่ได้กำหนดความถี่ในการส่งรายงานดังกล่าว แต่กระทรวงก็จะทวงถามอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หากสงสัยว่าเพจไหนเป็นเพจจริง ก็สามารถมาให้กระทรวงดีอีเอสตรวจสอบได้ เพราะเพจจริงมีอยู่ประมาณ 200-300 เพจ มีการลงทะเบียนอย่างชัดเจน” นายประเสริฐกล่าว

นายประเสริฐกล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าในการปิดเว็บไซต์ขายอาวุธปืนเถื่อน ขณะนี้กระทรวงดีอีเอสสามารถปิดไปได้แล้วประมาณ 78 เว็บไซต์ ขณะที่สถิติการการปิดกั้นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมาย โดย 1-8 ตุลาคม 2566 มีการปิดกั้น ได้สูงขึ้นมาก 2,417 รายการใน 8 วัน หรือ เฉลี่ย 302 รายการ (หรือ url) ต่อวัน จากเดิม ในปีงบประมาณ 2566 (1 ตุลาคม 2565-30 กันยายน 2566) ปิดกั้น 19,953 รายการ หรือเฉลี่ย 54.6 รายการ ต่อวัน โดยมีสาเหตุจากการปรับเปลี่ยนวิธีการปิดกั้น โดยใช้บุคลากร ดีอีเอส ดำเนินการเองมากขึ้น และการร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ต่างๆ

Advertisement

ทั้งนี้ ส่วนเรื่องการจัดตั้ง Anti Online Scam Operation Center (AOC) หรือศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ เป็น One Stop Service สำหรับประชาชน เพื่อลดขั้นตอนในการติดต่อหน่วยงานต่างๆ ที่รับเรื่องร้องเรียนจากคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์อยู่ในเบอร์เดียวคือ 1441 นั้น มั่นใจว่าจะสามารถเปิดศูนย์ให้บริการได้วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองระบบ มีความพร้อมในการให้บริการ 100 คู่สาย มีคนคอยรับสายตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน

ขอให้ประชาชนรีบโทรแจ้งทันทีหากถูกหลอกลวงเพื่อให้ศูนย์ดังกล่าวประสานไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการถูกดูดเงินออกจากระบบ