หน้าแรก เศรษฐกิจ LogiMAT พร้อม...

LogiMAT พร้อมจัดเต็มงานแสดงสินค้าสุดยิ่งใหญ่ ขยายพื้นที่ 2 เท่า

11.10.23 | 17:14 น.

LogiMAT พร้อมจัดเต็มงานแสดงสินค้าสุดยิ่งใหญ่ ขยายพื้นที่ 2 เท่า

เมื่อวันที่ 11 ตุุลาคม นายฮานส์ สโตเตอร์ กรรมการผู้จัดการ เมสเซ่ สตุ๊ตการ์ท ประจำภูมิภาคเอเซียผู้จัดงาน LogiMAT Intelligent Warehouse 2023 เปิดเผยว่า งานแสดงสินค้าสุดยอดเทคโนโลยีระบบคลังสินค้าอัจฉริยะและระบบจัดการที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ โดยภายในงานยังมีภาพรวมการพัฒนาแบบใหม่, กระบวนการแก้ปัญหาใหม่ รวมถึงนวัตกรรมโลจิสติกส์ที่ตอบโจทย์ต่อพื้นที่อาเซียน ซึ่งงานในครั้งต่อ ๆ ไป LogiMAT ยังเตรียมการเพื่อเพิ่มพื้นที่การจัดงานที่ครอบคลุมครบทั้งตลาดยุโรป จีน อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างเครือข่ายความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ระหว่างประเทศทั้งหมดนี้อีกด้วย โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคม 2566 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี กรุงเทพมหานครฯ

“ถือเป็นแพลตฟอร์มงานด้านคลังสินค้าอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์จากการเป็นพื้นที่ที่เอื้อมถึงได้จากทั่วทั้งภูมิภาค ที่เชื่อมต่อกับตลาดทั้งในเวียดนาม, มาเลเซีย, กัมพูชา, อินโดนีเซีย และอื่น ๆ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่กำลังเติบโตในแง่ของขนาดและการพัฒนาด้านเทคโนโลยีโลจิสติกส์ จากการจัดตั้งของโรงงาน Global Supply Chain ขนาดใหญ่ ทั้งในตัวกรุงเทพมหานครฯ และพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย จนทำให้เกิดการนำเข้าของเทคโนโลยี Supply Chain ระดับโลกที่ตอบสนองต่อการพัฒนาของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในประเทศไทยและพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด”

นายฮานส์ สโตเตอร์ กล่าวอีกว่า งาน LogiMAT | Intelligent Warehouse 2023 ได้มีการเพิ่มขนาดพื้นที่การจัดงานขึ้นเป็น 2 เท่า ทำให้คาดการได้ว่าภายในงานจะมีผู้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้ามากกว่า 100 รายจากหลากหลายประเทศ ทั้งในเอเชียและยุโรป อาทิ German Pavillion, China Pavilion รวมถึงมีผู้เยี่ยมชมงานที่มีศักยภาพเข้าร่วมกว่า 6,000 คน ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มเจ้าของโรงงาน, ผู้จัดการด้านโลจิสติกส์, ผู้จัดการด้านการซื้อ-ขาย จากบริษัทชั้นนำทั่วโลก ซึ่งสามารถช่วยให้ทั้งผู้จัดแสดงสินค้าและผู้เยี่ยมชมงานได้จับคู่เจรจาธุรกิจ และได้สัมผัสกับระบบ Supply Chain มาตรฐานระดับโลก ที่สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านคลังสินค้าในองค์กรได้เป็นอย่างดี

นายสราวุธ เล้าประเสริฐ อุปนายกสมาคมการจัดการระบบคลังสินค้าไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยธุรกิจ SMEs หรือกิจการขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่าขนาดใหญ่ ดังนั้นเพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้มีการเติบโตขึ้น คลังสินค้าจึงถือเป็นหนึ่งในการพัฒนาที่จำเป็นในการยกระดับมาตรฐานธุรกิจให้เทียบเท่าระดับสากล โดยงานนี้จะเป็นตัวกลางสำคัญในการเพิ่มพูนความรู้กับผู้ประกอบการไทย ทั้งด้านการดึงเอา Local System Integrator (Local SI) มาใช้เพิ่มศักยภาพของอุตสาหกรรมอินทราโลจิสติกส์ไทย หรือด้านการสร้างเครือข่ายการค้าผ่านการเจรจาธุรกิจภายในงาน รวมถึงช่วยอัปเดตเทรนด์การสต๊อกสินค้าในปัจจุบัน ตั้งแต่กลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น ยานยนต์ ไปจนถึงขนาดกลางและขนาดเล็ก อย่าง ด้านยา เคมี อาหาร และอื่น ๆ อย่างครอบคลุม

นายวิเชษฐ์ เมืองจันทร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูเรกา ออโตเมชั่น จำกัด อีกหนึ่งผู้จัดแสดง เผยว่า ยูเรกามุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสร้างกำไรให้ลูกค้า โดยการเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องจักรหรือ OEE ผ่านระบบอัตโนมัติอัจฉริยะที่บริษัทได้นำเสนอในงานครั้งนี้ เช่น การนำการทำงานของโซลูชัน AI มาประยุกต์ใช้เป็นระบบอัตโนมัติใน Robot Machine Tending โดยหุ่นยนต์จะสามารถประมวลผลข้อมูลภายในตัวเองได้เลยแบบเรียลไทม์ สามารถทำงานในขั้นตอนการหยิบชิ้นงานเข้าเครื่อง สั่งเครื่องทำงาน หรือหยิบชิ้นงานที่ออกแบบแล้วเข้าสู่ขั้นของการลำเลียง ช่วยให้ได้ผลผลิตเพิ่ม ลดการใช้แรงงานและลดการใช้พลังงานลงด้วย นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่จะช่วยพัฒนาคลังสินค้าระบบอัตโนมัติที่จะช่วยลดการปฏิบัติงานที่อันตราย มีความซ้ำซ้อน และช่วยให้ธุรกิจเกิดการขับเคลื่อนและเติบโตอย่างประสิทธิภาพด้วยการทำงานของ AI

Advertisement