‘สุรพงษ์’ มอบนโยบาย ‘ขนส่ง’ ลดภาระปชช. สั่งตั้งคกก.แก้ค่าโดยสารแท็กซี่ 2 กลุ่ม ‘รถสาธารณะ-ผ่านแอพพ์’

12.10.23 | 18:00 น.

‘สุรพงษ์’ ลุยมอบนโยบาย ‘ขนส่ง’ จี้ลดภาระค่าใช้จ่ายปชช. สั่งตั้งคกก.แก้ปัญหาค่าโดยสารแท็กซี่ 2 กลุ่ม ‘รถสาธารณะ-ผ่านแอพพ์’ ยันเดินหน้าต่อเนื่อง

นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและมอบนโยบายกรมขนส่งทางบก (ขบ.) ว่า ได้มอบนโยบายให้ ขบ. ไปดำเนินการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนในการใช้บริการของ ขบ. รวมทั้งการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินงานมากขึ้น และการแก้ปัญหาลดมลพิษ และฝุ่น PM 2.5 จากยานยนต์ รวมทั้งให้ ขบ. ไปพิจารณาจำนวนจดทะเบียนรถสะสมทั่วประเทศที่มี 44 ล้านคัน ให้สอดคล้องกับจำนวนใบอนุญาตขับรถ (ใบขับขี่) ที่มีกว่า 33 ล้านใบ เพื่อลดอุบัติเหตุทางท้องถนน เนื่องจากพบว่า กลุ่มวัยรุ่นที่มีรถ ขับรถได้ แต่ไม่มีใบขับขี่ เป็นต้น

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการแก้ไขปัญหาเรื่องการปรับขึ้นค่าโดยสารของกลุ่มแท็กซี่ และรถจักยานยนต์ (จยย.) รับจ้าง ที่ผ่านมา กลุ่มแท็กซี่มองว่าค่าโดยสารของแท็กซี่สาธารณะมีราคาถูก ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ อย่างบริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด มีราคาที่สูงแต่กลับมีผู้ใช้บริการมากกว่า สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนเลือกใช้รถสาธารณะที่ให้ความสำคัญเรื่องบริการมากกว่าเรื่องราคา ดังนั้น ขบ.ต้องใช้องค์ความรู้ที่มีในการปรับสัดส่วนทั้ง 2 ฝ่าย รวมถึงบริหารจัดการให้สามารถดำเนินการร่วมกันได้

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า จากปัญหาดังกล่าว ตนสั่งการให้ ขบ.จัดตั้งคณะกรรมการฯ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดทันที รวมทั้งหารือร่วมกันทุกภาคส่วน โดยให้ภาครัฐดูแลรับผิดชอบผู้ประกอบการรายเล็กที่ไม่มีเงินทุนและเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถบริหารจัดการแหล่งเงินทุนและเทคโนโลยีในราคาถูกที่สุด สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ได้

“ยืนยันว่าการจัดทำแอพพลิเคชั่นที่เป็นนโยบายของรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ กระทรวงฯจะเดินหน้าต่อ ที่ผ่านมาการที่กลุ่มม็อบเข้าไปร้องเรื่องที่กระทรวงคมนาคม ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไร มองว่าควรลงพื้นที่ร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อให้ข้อมูลมีความครอบคลุมทุกมิติ” นายสุรพงษ์ กล่าว

Advertisement

ด้าน นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า จากปัญหาเรื่องแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารนั้น เบื้องต้นกรมฯ ได้มีการว่ากล่าวตักเตือนคนขับแท็กซี่ที่กระทำผิด และสั่งเข้มให้รักษามาตราฐาน ในการให้บริการประชาชนด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบัน ขบ.ได้มีการรองรับแอพพลิเคชั่นเรียกรถรับจ้างที่ประชาชนสามารถใช้เป็นทางเลือกในการเดินทางได้แล้ว จำนวน 7 ราย

นายจิรุตม์ กล่าวอีกว่า สำหรับในปีงบประมาณร่ายจ่ายประจำปี 2567 นั้น ขบ. ได้รับการจัดสรรจำนวน 4,300 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะเป็นการงานบริการด้านขนส่ง รวมถึงงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จ.เชียงราย ระยะที่ 2 วงเงิน 649 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบผู้พัก 3 ปี (ปี 2566-68) ส่วนปีงบประมาณ 2566 ได้รับจำนวน 3,500 ล้านบาท เบิกจ่ายงบไป 88-89%

นายจิรุตม์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ได้ขับเคลื่อนโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าในภูมิภาคต่อเนื่อง 2 โครงการ วงเงินลงทุนรวม 4,212 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จ.เชียงราย วงเงิน 2,851 ล้านบาท แบ่งก่อสร้างเป็น 2 ระยะ ได้แก่ งบก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานระยะ (เฟส) ที่ 1 วงเงิน 1,300 ล้านบาท และงบก่อสร้างระยะที่ 2 วงเงิน 636 ล้านบาท

นายจิรุตม์ กล่าวอีกว่า 2.โครงการศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม วงเงิน 1,361 ล้านบาท ในส่วนของภาครัฐดำเนินการก่อสร้างมีความคืบหน้าล่าสุด (เดือนกันยายน) กว่า 25.578% เร็วกว่าแผน 3.723% ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างงานระบบระบายน้ำ งานถนนและลานคอนกรีตเสริมเหล็ก งานฐานรากอาคารต่างๆ งานทางลอด สำหรับรถบรรทุกเข้า-ออกโครงการ คาดกำหนดแล้วเสร็จปลายปี 2567 เปิดบริการปี 2568 อย่างไรก็ตาม ขบ. ยังอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าในพื้นที่อื่นๆ เพิ่มเติม คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี คาดว่าจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในต้นปี 2567