CPN ทุ่มแสนล้าน ผุด 5 เมกะมิกซ์ยูสปั้น ‘เซ็นทรัลพาร์ค’ ลักชัวรี่แบรนด์ใหม่ แลนด์มาร์กโลก
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน)หรือCPN เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนโครงการเมกะมิกซ์ยูสในกรุงเทพฯและปริมณฑลตามแผนที่วางไว้ใน 5 ปี ( 2566-2570) จะลงทุน 5 โครงการ วงเงิน 135,000 ล้านบาท โดยโครงการแรกดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ได้ร่วมกับกลุ่มดุสิตธานี มูลค่า 46,000 ล้านบาท
“โครงการมีพื้นที่รวม 440,000 ตารางเมตร อยู่บนเนื้อที่ 23 ไร่ มุมถนนสีลม-พระราม4 ทำเลจุดตัดรถไฟฟ้า 2 สายMRTและBTS ยังเป็นที่ดินผืนประวัติศาสตร์อยู่บนใจกลางของใจกลางกรุงเทพฯ เป็นโครงการลักชัวรี่มิกซ์ยูสหนึ่งเดียวบนทำเล Super Core CBD มีศูนย์การค้าเชื่อมโยงเข้ากับทุกองค์ประกอบ รวมถึงเชื่อมโยงกับสวนสาธารณะขนาดใหญ่สวนลุมพินี” นางสาววัลยากล่าว

นางสาววัลยากล่าวว่า ภายในโครงการประกอบด้วยโรงแรมดุสิตธานีแบงค็อก จำนวน 39 ชั้น 257 ห้อง เปิดกลางปี 2567 ,อาคารสำนักงานเซ็นทรัลพาร์ค ออฟฟิศเซส สูง 43 ชั้น พื้นที่ 130,000 ตสรางเมตร เปิดไตรมาส2 ปี 2568 ,ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพาร์ค ขนาด 8 ชั้น พื้นที่ 130,000 ตารางเมตร เปิดไตรมาส3 ปี 2568 และที่พักอาศัยซูเปอร์อัลตร้าลักชัวรี่ สูง 69 ชั้น 399 ยูนิต พื้นที่ 50,500 ตารางเมตร แบ่งเป็นดุสิต เรสซิเดนเซส ราคา 40-300 ล้านบาท และ ดุสิต พาร์คไซด์ ราคา 12-90 ล้านบาท เริ่มทยอยส่งมอบห้องให้ลูกค้าปลายปี 2568
“ในนี้มีการลงทุนของเซ็นทรัล 20,000 ล้านบาท เป็นแบรนด์ใหม่เซ็นทรัลพาร์ค เป็นศูนย์การค้าและสำนักงาน ตั้งเป้าจะให้เป็นมิกซ์ยูสและแลนด์มาร์กระดับโลก เหมือนเมืองใหญ่อย่างเซ็นทรัลพาร์ค ใจกลางนิวยอร์กไฮด์พาร์คในกลางลอนดอน โดยตั้งเป้าจะมีผู้เข้ามาใช้บริการปีละ 25 ล้านคนและมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาใช้บริการปีละ 10 ล้านคน” นางสาววัลยากล่าว
นางสาววัลยา กล่าวว่า สำหรับอีก 4 โครงการที่เหลือแต่ละโครงการมีเนื้อที่ตั้งแต่ 25 ไร่ พื้นที่ใช้สอย 350,000 ตร.ม. และใช้เงินลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งหนึ่งในนี้มีโครงการมิกซ์ยูสย่านพหลโยธิน เนื้อที่ 48 ไร่ อยู่ระหว่างการก่อสร้างด้วย ซึ่งโครงการนี้จะเดินหน้าคู่ขนานไปพร้อมกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว เนื้อที่กว่า 47 ไร่ ใกล้จะหมดสัญญาเช่าวันที่ 18 ธันวาคม 2571 โดยบริษัทพร้อมเจรจากับการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เพื่อต่อสัญญาออกไปอีก

นางสาววัลยา กล่าวว่า ในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้จะเปิดเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ ถนนราชพฤกษ์ และในปี 2567 จะเปิดเซ็นทรัลนครสวรรค์ เซ็นทรัลนครปฐม และเซ็นทรัลกระบี่ รวมถึงมีแผนจะรีโนเวตอีกหลายศูนย์การค้า เช่น เซ็นทรัลบางนา ,เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ,เซ็นทรัลปิ่นเกล้า,เซ็นทรัลพัทยา,เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ เป็นต้น เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า
“การปรับปรุงศูนย์การค้า เรื่องนี้ไม่มีหยุด เป็นการดูแลทรัพย์สิน เราไม่ปล่อยให้ทรุดโทรม และด้อยค่า ดังนั้นทุกศูนย์การค้าต้องดีตลอด” นางสาววัลยากล่าว
นางสาววัลยากล่าวว่า แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ แต่การลงทุนของเซ็นทรัลพัฒนาทำธุรกิจมา 42 ปี การลงทุนจะมองระยะยาว ผ่านร้อนผ่านหนาว ซึ่งภาวะเศรษฐกิจจะมีการผันผวนไปตามสภาพของโลก
ทั้งนี้ ในปี 2567 มั่นใจว่าประเทศไทยจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกลับมาได้เท่าก่อนโควิดอยู่ที่ 40 ล้านคนและปี 2568 จะมากกว่า 40 ล้านคน ขณะที่เศรษฐกิจประเทศไทยยังเดินหน้าขับเคลื่อนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดหวังปี 2566 เศรษฐกิจของประเทศจะมีการเติบโต 3-4%ต่อปี ดังนั้นภาคธุรกิจต่างๆ ต้องช่วยการผลักดัน เพื่อทำให้เงินลงทุนและจับการจ่ายใช้สอยดีขึ้นต่อเนื่องทุกปี
“กำลังซื้อผ่านมา 3 ไตรมาส เราทำได้ค่อนข้างดี มั่นใจไตรมาส4 จะทำได้ดีขึ้นอีกเช่นกัน เราได้มีการทุ่มงบทำการตลาด กระตุ้นการจับจ่ายและจะมีเคาท์ดาวน์ เป็นการต้อนรับปีใหม่ 2567 ที่แข็งแกร่งและดึงดูดนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา ตอนนี้อัตราเข้าพักโรงแรมของเครือเซ็นทรัลก็ดีมาก” นางสาววัลยากล่าว


