‘ค้าปลีกภูธร’ 200 ราย พร้อมลงทะเบียน “เงินดิจิทัล” มั่นใจปลุกกำลังซื้อ ห่วง “รายเล็ก” เข้าไม่ถึงระบบ
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม นายสุดชาย สิงห์มโน อุปนายกภาคตะวันออกสมาคมค้าปลีก-ค้าส่ง กล่าวว่า กำลังซื้อโดยรวมไตรมาส 4 ยังไม่กระเตื้อง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ดีขึ้น ทำให้คนไม่กล้าใช้จ่าย ประกอบกับอาจรอความชัดเจนนโยบายเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทจากรัฐบาล ซึ่งสมาคมก็รอรายละเอียด เงื่อนไขของโครงการที่จะเปิดให้ลงทะเบียนในเดือนพฤศจิกายนนี้ และมีร้านค้าปลีกท้องถิ่นหรือโลคัลโมเดิร์นเทรดรายกลางและรายใหญ่ร่วม 200 ราย พร้อมที่จะลงทะเบียนระบบดังกล่าว หากรวมรายย่อยมีเป็น 100,000 ราย
“ตอนนี้ยังไม่เห็นเงื่อนไขเป็นยังไง จะยุ่งยาก จะผ่านระบบเดิมเป๋าตังหรือระบบใหม่เป็นซุปเปอร์แอพพ์ทั้งหมด หากเป็นระบบใหม่เลย มีความกังวลว่าร้านค้ารายย่อยอยู่ห่างไกลจะมีกระบวนการรองรับระบบและเทคโนโลยีอย่างไร เพราะต้องเรียนรู้ใหม่ จะสู้รายใหญ่ได้หรือไม่ เช่น ถ้ารัฐขยายรัศมีมากขึ้น จะได้อย่างเสียอย่าง ในแง่หนึ่งทำให้รายย่อยได้อานิสงส์ แต่ลูกค้าจะมีทางเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น อาจไปซื้อกับโมเดิร์นเทรด ทำให้ได้ประโยชน์มากกว่าร้านค้าย่อย” นายสุดชายกล่าว
นายสุดชายกล่าวว่า มองในแง่ของคนทำมาค้าขายถือว่าเป็นนโยบายที่ดี ทำให้มีกำลังซื้อในตลาดเพิ่มขึ้น เพราะคนมีรายได้เพิ่มเข้ามาใช้จ่าย 6 เดือนหรืออย่างน้อยเดือนละ 1,000 บาท ส่วนที่มีนักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ออกมาสะท้อนปัญหาต่างๆ ก็เป็นเรื่องของการแสดงความคิดเห็น ซึ่งการทำงานคงไม่มีใครที่จะเพอร์เฟ็กต์ไปทุกด้าน คิดว่าคนกำหนดนโยบายคงจะมีมุมคิดและแผนการดำเนินการไว้แล้ว หากดำเนินการได้คงจะทำให้กำลังซื้อในปี 2567 คึกคักมากขึ้น
นายสุดชายกล่าวว่า ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดค่าครองชีพและกระตุ้นกำลังซื้อในไตรมาส 4 ร้านค้าปลีกท้องถิ่น 70 แห่งทั่วประเทศ จะจัดกิจกรรมลดราคาสินค้าพร้อมกันวันที่ 1-10 พฤศจิกายน 2566 เป็นครั้งที่ 2 หลังครั้งแรกได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี โดยครั้งนี้มีซัพพลายเออร์สินค้ารายใหญ่เข้าร่วมมากขึ้น มีการลดสินค้าสูงสุด 50%

