หน้าแรก เศรษฐกิจ ดีเซลจ่อพุ่ง ...

ดีเซลจ่อพุ่ง 130 เหรียญฯ กองทุนฯหลังแอ่นแบกหนี้ 1 แสนล. ส.อ.ท.จี้รัฐทำแผนรับมือด่วน

16.10.23 | 12:29 น.

ดีเซลจ่อพุ่ง 130 เหรียญฯ กองทุนฯหลังแอ่นแบกหนี้ 1 แสนล. ส.อ.ท.จี้รัฐทำแผนรับมือด่วน

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายตรึงราคาดีเซล 31.94 บาทต่อลิตร และตรึงราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม(กก.) ถึง 31 ธันวาคมนี้ จะส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีฐานะติดลบประมาณ 100,000 ล้านบาท จากปัจจุบัน ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2566 ติดลบ 68,327 ล้านบาท จากบัญชีน้ำมันติดลบ 23,322 ล้านบาท และบัญชีแอลพีจีติดลบ 45,005 ล้านบาท มีเงินไหลเข้าจากการเรียกเก็บเงินผู้ใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 141.22 ล้านบาทต่อวัน แต่มีเงินไหลออกจากการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและแอลพีจี 364.66 ล้านบาทต่อวัน ส่งผลให้ภาพรวมเงินไหลออกจากกองทุนฯ 223.44 ล้านบาทต่อวัน หรือคิดเป็น 6,703 ล้านบาทต่อเดือน ขณะที่ปี 2567 ขึ่นอยู่กับนโยบายรัฐบาลจะเดินหน้าอย่างไร

“ประเมินราคาดีเซลสูงสุด 130 เหรียญฯต่อบาร์เรล ดังนั้นกรอบเงินกู้ที่เหลือประมาณ 50,000 ล้านบาท จึงเพียงพอดูแลทั้งดีเซลและแอลพีจีถึงสิ้นปี หากต้องดูต่อในปี 2567 อาจได้แค่ 1-2 เดือนเท่านั้น แต่ก็ต้องติดตามทิศทางราคาพลังงานต่อไป”แหล่งข่าวกล่าว

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท.ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ของโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะใน 3 สมรภูมิหลักสำคัญตั้งแต่ การเกิดขึ้นของการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน และล่าสุดกรณีการสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส และยังรวมถึงบริเวณทะเลจีนใต้ที่เริ่มมีความขัดแย้งเพิ่มขึ้น ซึ่งความขัดแย้งดังกล่าวหากบานปลายย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทยทั้งทางตรงและทางอ้อมจึงจำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องวางแผนรับมือเอาไว้

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ที่ผ่านมาการสู้รบรัสเซีย-ยูเครนกระทบราคาน้ำมันและวัตถุดิบต่างๆ โดยเฉพาะปุ๋ย ทำให้ต้นทุนการผลิตของไทยกระทบ ขณะที่การสู้รบในอิสราเอลเบื้องต้นราคาน้ำมันสูงระยะสั้น ขณะที่ส่วนอื่นกระทบไม่มาก แต่หากสถานการณ์บานปลายมีหลายชาติพันธมิตรเข้าร่วมสงครามอาจส่งผลให้สงครามยืดเยื้อ มีผลกระทบมากขึ้น เนื่องจากภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบที่สำคัญของโลกจะส่งผลราคาน้ำมันอาจเห็นระดับ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลขึ้นไปได้เช่นกัน ส่วนสถานการณ์ทะเลจีนใต้หากเกิดขึ้นจะกระทบไทยมากที่สุด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเส้นทางขนส่งทั้งด้านพลังงาน สินค้าต่างๆ กระทบต่อห่วงโซ่การผลิต(ซัพพลายเชน)ของอุตสาหกรรมต่างๆ กระทบต่อเศรษฐกิจไทยค่อนข้างสูง จึงได้แต่หวังว่าเหตุการณ์ในภูมิภาคนี้จะไม่ซ้ำรอยเช่นภูมิภาคอื่น

“ไทยได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ซึ่งภาครัฐได้เข้ามาดูแลส่วนของดีเซลและค่าไฟฟ้า ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่หากบานปลาย ไทยเป็นประเทศนำเข้าพลังงานทั้งน้ำมันและก๊าซฯจะกระทบหนัก ขณะเดียวกันดีเซลจะสิ้นสุดมาตรการลดภาษี 31 ธันวาคม 2566 หากสถานการณ์ยืดเยื้อถึงปี 2567 รัฐต้องเตรียมมาตรการดูแล”นายเกรียงไกรกล่าว

Advertisement