นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยปี 2560 มีแนวโน้มฟื้นตัว โดยกรอบการขยายตัวอยู่ที่บวก 1.3 – 4.2% แต่มีโอกาสสูงสุดขยายตัว 2.8% และมีมูลค่า 221,583 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ถือเป็นการส่งออกขยายตัวสูงสุดในรอบ 5 ปี นับจากปี 2556
สาเหตุหลัก คือ แนวโน้มเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวและขยายตัว 3.4% การขยายตัวของตลาดหลัก ทั้ง สหรัฐฯ ญี่ปุ่น อาเซียน และ ตะวันออกกลาง รวมถึงทิศทางค่าเงินบาทอ่อนตัวอยู่ที่ 36-37 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับขึ้น จะส่งผลต่อราคาสินค้าเกษตรและกำลังซื้อดีขึ้น ขณะที่การค้าชายแดนจะขยายตัวได้เกิน 7%
แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่จะกระทบต่อการส่งออกและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ เศรษฐกิจจีนและยุโรป ยังชะลอตัว นโยบายการเลือกตั้งในประเทศแภบยุโรป รวมทั้งนโยบายทางการค้าของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ อาจปรับลดการนำเข้าจากจีน ซึ่งสหรัฐฯนำเข้าจากจีนถึง 21.5% โดยจีนครองตลาดเครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้าในสหรัฐฯมากสุด หากนโยบายทรัมป์ จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าและบริการจีนเพิ่มเป็น 45% และจีนใช้นโยบายค่าเงินอ่อน จะทำให้สินค้าจากจีนไหลทะลักเข้าประเทศอื่น โดยเฉพาะตลาดอาเซียนและไทย ก็จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยทั้งค้าขายในประเทศและส่งออก ดังนั้น ไทยต้องเร่งพัฒนาสินค้าให้ได้มาตรฐาน และตรงตามต้องการผู้บริโภค
สำหรับการปรับขึ้นค่าแรงรายวันขั้นต่ำ 5-10 บาท จะกระทบต่อต้นทุนการผลิตเล็กน้อย เพราะการปรับขึ้นค่าแรงเพียง 2% หรือเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 7 บาทต่อวัน กลุ่มที่จะกระทบคือใช้แรงงานจำนวนมาก เช่น สิ่งทอเท่านั้น ส่วนเรื่องปัญหาน้ำท่วม คาดความเสียหายสูงสุดไม่น่าเกิน 15,000-20,000 ล้านบาท และคาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไม่เกิน 2 เดือน

