หอค้าไทย ร่วมคณะ “เศรษฐา” เยือนจีน เตรียม 4 เรื่อง เจรจา-ลงนาม
วันที่ 16 ตุลาคม นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวกับ มติชน ว่า หอการค้ามีข้อเสนอและคาดหวังในการเยือนประเทศจีน ร่วมกับคณะนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ช่วงวันที่ 16-19 ตุลาคมนี้ นั้น หอการค้าฯได้ให้ความสำคัญกับประเทศจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าที่สำคัญ อันดับ 1 ของไทยมาอย่างยาวนาน และเป็นหนึ่งในประเทศ Strategic country (ประเทศยุทธศาสตร์) ของหอการค้าไทย ซึ่งหอการค้าฯ หวังว่าจะได้ใช้โอกาสในการติดตามนายกฯเศษฐา เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ในการประชุม BRF ครั้งที่ 3 นี้ เข้าร่วมหารือการขยายโอกาสทางการค้า การลงทุนระหว่างไทย – จีน โดยหอการค้าฯ และสมาคมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจีน( CCPIT ) จะมีการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ในเวที Thailand China Investment Forum ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนในครั้งนี้ด้วย ซึ่งเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยเชื่อมความสัมพันธ์และส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างภาคธุรกิจไทย – จีน ได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางเศรษฐกิจการค้า กฎหมาย กฎระเบียบ ตลอดจนมาตรการต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำการค้า การลงทุนร่วมกัน
ทั้งนี้ หอการค้าฯ ได้หยิบยกประเด็นข้อเสนอแนะที่จะเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทย-จีน และเป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 ประเทศมากยิ่งขึ้น ดังนี้
1. ประเทศไทยพร้อมปรับปรุงกลไกความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนกับประเทศจีน โดยการจัดตั้งแพลตฟอร์มแบ่งปันข้อมูลทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน การก่อตั้งบริษัทร่วมทุนไทย-จีน รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างธุรกิจ ในระดับภาคเอกชนของ 2 ประเทศ ทั้งหอการค้าฯ สมาคมอุตสาหกรรมต่างๆ ระหว่างไทยและจีน ให้มากยิ่งขึ้น
2. ขยายความร่วมมือด้านการลงทุนของจีน ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก( EEC) ของไทย โดยใช้กลไกขับเคลื่อนภายใต้กรอบความร่วมมือ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค( RCEP) ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน – จีน การยกระดับความร่วมมือล้านช้าง-แม่น้ำโขง และการเร่งผลักดันโครงการรถไฟระหว่างไทย – ลาว – จีน เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้ใกล้ชิด และสอดคล้องกับข้อริเริ่ม Belt and Road Initiative (BRI) หรือโครงการเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21ของจีนด้วย
3. การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมไทย – จีน โดยเฉพาะการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษระหว่างไทย-จีน และการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในลักษณะ 2 ประเทศ 2 นิคม เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโยง Supply Chain ซึ่งกันและกัน
4. การยกระดับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ร่วมกัน ทั้งการส่งเสริมมหาวิทยาลัยไทย-จีน ดำเนินการฝึกอบรมร่วมกันให้มากขึ้น

