อมรินทร์ เปลี่ยนมือ ‘ตระกูลอุทกะพันธุ์’ ลาออก ขายหุ้น AMARIN เกลี้ยงพอร์ต
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือแจ้งกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการลาออกของกรรมการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และ เลขานุการบริษัท ดังนี้
1.นางเมตตา อุทกะพันธุ์ ลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม และ กรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล
2.นางระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ ลาออกจากตำแหน่ง กรรมการบริษัท กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม กรรมการและเขานุการคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการความยั่งยืนและบริหารความเสี่ยง กรรมการบริหาร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และ เลขานุการบริษัท
3.นายโชคชัย ปัญจรุ่งโรจน์ ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท และ กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
โดยมีผลตั้งแต่ 17 ตุลาคมเป็นต้นไป
ทั้งนี้ ได้มีมติแต่งตั้ง นายศิริ บุญพิทักษ์เกศ ดำรงตำแหน่งรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ โดยคณะกรรมการบริษัทฯ อยู่ระหว่างพิจารณาสรรหาและแต่งต้งผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งที่ว่างลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2566 นางระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ ได้ขายหุ้น AMARIN จำนวน 138,387,052 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 13.86% ซึ่งเป็นการขายหุ้นออกไปเกลี้ยงพอร์ต โดยผู้รับซื้อคือ บริษัท สิริภักดีธรรม จำกัด โดยการขายหุ้นในครั้งนี้ ราคาหุ้นละ 5.50 บาท คิดเป็นเงินรวม 761.13 ล้านบาท
สำหรับ บริษัท สิริภักดีธรรม จำกัด มีกรรมการคือ นายฐาปน สิริวัฒนภักดี, นายปณต สิริวัฒนภักดี, นางวัฒนา ลิ่มนรรัตน์, นางนิดดา ธีระวัฒนชัย, นางนิภา อัศวกิตติพร, นายกำพล ปุญโสณี

สำหรับเครืออมรินทร์ เริ่มต้นจากกองบรรณาธิการเล็กๆ โดย ชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ รวบรวมพนักงานไม่กี่คน จัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดวารสารบ้านและสวนเพื่อเริ่มผลิตนิตยสาร “บ้านและสวน” ฉบับแรกออกวางจำหน่ายในเดือนกันยายน พ.ศ.2519 โดยอาศัยการพิมพ์จากโรงพิมพ์ภายนอก ในช่วงต่อมาจึงได้มีการก่อตั้งโรงพิมพ์ขึ้นในชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด อมรินทร์การพิมพ์ เพื่อจัดพิมพ์นิตยสารเอง ขณะเดียวกันก็รับจ้าง งานพิมพ์อื่นด้วย
ต่อมาได้มีการระดมทุน แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2536 พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)” ในปีเดียวกัน บริษัทได้ขยายกิจการด้านการจัดจำหน่าย โดยการก่อตั้งบริษัทอมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์ จำกัด เพื่อดูแลการจัดจำหน่ายสิ่งพิมพ์ทั้งหมด รวมถึงการจัดตั้งร้านค้าปลีกขึ้น โดยให้ชื่อว่า “ร้านนายอินทร์”
เมื่อปริมาณผู้อ่านที่เริ่มต้นขึ้นจากเพียงไม่กี่กลุ่มขยายตัวเพิ่มขึ้น และมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น บริษัทจึงเริ่มผลิตนิตยสารอื่นๆเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้อ่านโดยมีนิตยสารแนวผู้หญิง ออกตามมาคือ “แพรว” และ “สุดสัปดาห์” และผลิตนิตยสารอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันบริษัทมีนิตยสารทั้งสิ้น 9 หัว ผลิตหนังสือเล่มปีละหลายร้อยเล่ม รับจ้างพิมพ์และขยายออกไปสู่ธุรกิจอื่นอีกหลากหลาย
ปัจจุบันอมรินทร์กรุ๊ปก้าวสู่การเป็นมีเดียครบวงจร (omni-media) ประกอบด้วย On Print, Online, On Air, On Groundและ On Shop โดยแต่ละแพลตฟอร์มมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

