หน้าแรก เศรษฐกิจ “กรุ๊ปบี” รวม...

“กรุ๊ปบี” รวมพลคนผลิต-ร้านค้า จัดงานคราฟต์เบียร์ เขย่าตลาด 2.7 แสนล. วอนรบ.เร่งปลดล็อกข้อจำกัด

18.10.23 | 15:19 น.

‘กรุ๊ปบี’ รวมพลคนผลิต-ร้านค้า จัดงานคราฟต์เบียร์ เขย่าตลาด 2.7 แสนล.หวังกระตุ้น ศก.ชุมชน-ท่องเที่ยว วอน รบ.ปลดล็อกข้อจำกัด 3 ด้าน

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม น.ส.ประภาวี เหมทัศน์ กรรมการบริหาร บริษัท กรุ๊ปบี จำกัด เปิดเผยว่า “กรุ๊ปบี” เป็นบริษัทจัดจำหน่ายคราฟต์เบียร์ไทยที่คัดเลือกแบรนด์คุณภาพและกระจายสินค้าไปยังทั่วประเทศ ผ่านช่องทางจำหน่ายต่างๆ ทั้งการขายผ่านตัวแทน หรือหน้าร้าน และโมเดิร์นเทรด รวมถึงเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันตลาดคราฟต์เบียร์ไทยมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก (ปี 2017) ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ผลิตเบียร์รายย่อยจำนวนมาก แต่ยังไม่มีคนดูแลในเรื่องกระจายสินค้าประเภทนี้โดยตรง ด้วยความที่เราเห็นปัญหาในส่วนนี้ และมีความเชื่อว่าคราฟต์เบียร์ไทยจะต้องเติบโตในภายภาคหน้า จึงได้เริ่มธุรกิจนี้ขึ้นและยึดมั่นภารกิจในการนำเสนอและขยายช่องทางจำหน่ายคราฟต์เบียร์ไทยสู่ตลาดในวงกว้างมาตลอด 6 ปี และเพื่อให้คราฟต์เบียร์ไทยเป็นที่รู้จัก และแพร่หลายในกลุ่มผู้บริโภค ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึงมีส่วนช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมคราฟต์เบียร์ไทยให้เติบโตมากขึ้น จึงเตรียมจัดกิจกรรม “THAI CRAFT BEER WEEK 2023” ขึ้นระหว่างวันที่ 20-28 ตุลาคมนี้ ผ่านเว็บไซต์ www.ThaiCraftBeerWeek.com

“เทศกาล THAI CRAFT BEER WEEK 2023 ประจำปีนี้ จะถูกจัดขึ้นเพื่อต้อนรับช่วง High Season ของไทย โดยมีชาวคราฟต์เบียร์ไทยทุกภาคทั่วประเทศ ตั้งแต่ตลาดขนาดใหญ่จนถึงธุรกิจรายย่อยท้องถิ่นร่วมกันนำเสนอผลิตภัณฑ์และกิจกรรมสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น Gaginang, Changwon Express, CHUBB Cafe & Bar, Taisoon Bar, ไร่สองเรา ในกลุ่มกรุงเทพ และภาคกลาง, น้ำต้นเฮาส์บาร์ Beer Lab Chiang Mai, วัน.ยัน.ค่ำ x ลาบรื่น, จากภาคเหนือ บ้านน้าหรอย, What Da Ale จากภาคใต้ Beertique จากภาคตะวันออก Ubon Tap Taste, บ้านลุงเจ็ท จากภาคอีสาน รวมถึงร้านอื่นๆ และอีเวนต์พิเศษอีกมากมายตลอดทั้ง 9 วันเต็ม คาดว่าพอเริ่มต้นอีเวนต์ในวันที่ 20 จะมีร้านมาลงกิจกรรมในเว็บไซต์เพิ่มอย่างคับคั่ง”

น.ส.ประภาวีกล่าวว่า ปัจจุบันตลาดคราฟต์เบียร์มีแบรนด์คราฟต์เบียร์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายอย่างถูกต้องประมาณ 50 แบรนด์ รวมจำนวนมากกว่า 100 ฉลาก และยังมีบริวผับที่กำลังจะเปิดใหม่อีกหลายแห่งทั่วประเทศ ส่วนคราฟต์เบียร์นำเข้าจากต่างประเทศ ปัจจุบันมีเกือบ 1,000 SKU และคาดว่ามีร้านรายย่อยที่เริ่มมีคราฟต์เบียร์จำหน่าย ทั้งผลิตในประเทศไทยและนำเข้า​ไม่ต่ำกว่า 1,000 ร้านด้วย

Advertisement

แม้ว่าตลาดคราฟต์เบียร์มีทิศทางการเติบโตที่ดี แต่ปัจจุบันมูลค่าตลาดยังมีสัดส่วนที่น้อยมาก จากข้อมูลในปี 2565 ที่ผ่านมา ตลาดคราฟต์เบียร์รายย่อย ทั้งของแบรนด์ไทยและนำเข้าจากต่างประเทศ มีสัดส่วนเพียง 0.5-1% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท จากมูลค่าตลาดรวมประมาณ 270,000 ล้านบาท ซึ่งตลาดเบียร์สัดส่วนมากถึง 97% ยังเป็นของผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่หากพิจารณาเฉพาะตลาดคราฟต์เบียร์ไทย และคราฟต์เบียร์ที่บริวในผับรายย่อยต่างๆ คาดว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 200-300 ล้านบาทเท่านั้น ไม่นับตัวเลขที่ไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนอีกส่วนหนึ่ง

โดยกรุ๊ปบี จัดจำหน่ายและทำตลาดคราฟต์เบียร์จากผู้ผลิตไทย ทั้ง Year round และ seasonal ทั้งกลุ่มตลาดระดับ C จนถึง A เช่น ผีบอก แซนพอร์ต ยอดเบียร์ เหน่อเบียร์ อันเดอร์ด๊อก เทพพนม หรือ Taopiphop Ale Project ก็ด้วย และในปีนี้ได้เริ่มจำหน่ายสุราชุมชนเข้ามาในพอร์ต อาทิ สังเวียน นาสาร Red Jungle ในพอร์ท และกำลังจะมีสุราเทวะเพิ่มมาอีกด้วย ส่วนคราฟต์เบียร์ไทยในพอร์ตของกรุ๊ปบี มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ภายใน 2 ปีมีอัตราการเติบโตถึง​ 400% ​และยังมีผู้ประกอบการในตลาดคราฟต์เบียร์ไทยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากด้วย ขณะที่ผู้นำเข้าคราฟต์เบียร์จากต่างประเทศ ยังถือว่ามีบทบาทสำคัญ ในตลาดอยู่ไม่น้อย ซึ่งเชื่อว่าผู้ประกอบการจะสามารถแข่งขันกับเจ้าใหญ่ในตลาดได้อย่างแน่นอน

ส่วนพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มคราฟต์เบียร์ในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับการเลือกเบียร์ของตัวเอง เช่น เลือกรสชาติที่ชอบ เลือกฉลากหรือยี่ห้อที่ชอบ เลือกตามงบประมาณที่ตัวเองมี และมีจำนวนไม่น้อยที่เลือกคราฟต์เบียร์ ที่ตนเองมั่นใจในรสชาติและยี่ห้อเป็นหลัก เป็นพฤติกรรมไม่ต่างจากดื่มเบียร์ทั่วไปในตลาด จึงทำให้คราฟต์เบียร์สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ทุกประเภท

“ทุกคนรู้จักคราฟต์เบียร์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และผู้บริโภคส่วนมากให้การตอบรับเป็นอย่างดี ถือเป็นการให้โอกาสสินค้าประเภทนี้ จะเห็นได้ว่าเบียร์ทุกตัวสามารถเป็นกระแสได้ ถ้ามีการแนะนำให้พวกเค้ารู้จัก และทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้า แต่ในปัจจุบันผู้ประกอบการยังมีข้อจำกัดเรื่องการห้ามโฆษณา ทำให้การสื่อสารเรื่องของแบรนด์ดิ้งและสินค้า ทำได้ค่อนข้างยาก” น.ส.ประภาวีกล่าว

น.ส.ประภาวีกล่าวว่า ปัจจุบันผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ไทย ยังมีข้อจำกัดในเรื่อง​กฎหมาย ทั้งด้านการผลิตและการทำตลาด ซึ่งผู้ผลิตคราฟต์เบียร์มีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปลดล็อกให้ผู้ประกอบการสามารถขออนุญาต ทำโรงเบียร์ขนาดเล็กที่บรรจุสินค้าออกจำหน่ายภายนอกได้ รวมถึงต้องการให้กระทรวงการคลัง แก้ไขขั้นตอนการขออนุญาตต่างๆ ที่ค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน ไม่เป็นมิตรกับผู้ประกอบการ เพราะผู้ประกอบการทุกรายต้องการทำทุกอย่างให้ถูกกฎหมาย นอกจากนี้ อยากให้มีการคิดอัตราภาษีของคราฟต์เบียร์เท่ากับภาษีสุราแช่อื่นๆ ด้วย เพราะปัจจุบันคราฟต์เบียร์เสียภาษีสูงกว่าสุราแช่ประเภทอื่นๆ หลายเท่าตัว ทั้งที่กระบวนการผลิตไม่ต่างกัน

น.ส.ประภาวีกล่าวเพิ่มเติมว่า พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 หรือที่เรียก พ.ร.บ. ต้านเหล้า ยังถือว่าเป็นอุปสรรคที่กีดขวางการประกอบอาชีพสุจริตของประชาชน ชาวคราฟต์เบียร์ โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบการได้รวมตัวจัดแคมเปญล่ารายชื่อ เพื่อยื่นแก้กฎหมายดังกล่าว เนื่องจากต้องการให้มีการควบคุมที่สมเหตุสมผลและวัดประสิทธิภาพได้จริง สำหรับการเปลี่ยนแปลงอยากให้เป็นไปในเชิงเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ผลิตสินค้าและมีการพัฒนาระบบต่างๆ ไปพร้อมๆ กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย อยากให้ภาครัฐเชื่อใจผู้ผลิตและประชาชนมากขึ้น ว่ามีความต้องการสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติอย่างแท้จริง

“อยากเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่ ดำเนินการ 3 เรื่อง คือ 1.ปลดล็อกเวลาห้ามขายในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. และวันสำคัญทางศาสนา ต่อเนื่องไปถึงเรื่องแก้ไข พ.ร.บ.ต้านเหล้า 2.เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตขออนุญาตสร้างโรงเบียร์ได้โดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องขนาด สามารถบรรจุและส่งขายทั่วไปได้ จะทำให้คนเข้าสู่ระบบมากขึ้น และ 3.ปรับฐานภาษีสรรพสามิตของเบียร์ลงให้เท่าเทียมกับสุราแช่อื่นๆ เพื่อเป็นการลดจำนวนสินค้านอกระบบ และเพิ่มจำนวนผู้เสียภาษีให้มากขึ้นด้วย” น.ส.ประภาวีกล่าว