‘สุรพงษ์’ เผย รฟม.เร่งเสนอ 3 โครงการเข้า ครม. ด้านสายสีส้ม จ่อคุย ‘บีอีเอ็ม’ ใหม่ หากรัฐเคาะเดินหน้านโยบาย 20 บ.
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายการดำเนินงานแก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ว่า เบื้องต้นได้รับฟังแผนงานของ รฟม.ทั้งปัจจุบันและแผนงานในอนาคต โดยการพัฒนาในเบื้องต้นเป็นในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งมี 3 โครงการที่จะเร่งเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เบื้องต้น 3 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ซึ่งจะเป็นเรื่องการจัดทำแผน PPP Gross Cost จูงใจเอกชนร่วมลงทุนเดินรถ และโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล (แคราย-ลำสาลี)
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ในเรื่องของรถไฟฟ้าสายสีส้มนั้น เบื้องต้น รฟม.ได้ดำเนินการตามขบวนการของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 อย่างถูกต้องแล้ว ขณะนี้ ต้องรอดุลพินิจของศาลว่าจะพิพากษาออกมาอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ส่วนประเด็นทางการเมือง ที่มีการตั้งคำถามเรื่องส่วนต่างของงบประมาณ หรือวิธีการจัดซื้อจัดจ้างว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ นั้น ปัจจุบันยังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว แต่เข้าใจว่าเรื่องถูกเสนอมาถึงกระทรวงคมนาคมแล้ว ส่วนจากคำพิพากษาของศาลในเบื้องต้น มีมติในรฟม. รอคำพิพากษาก่อน เมื่อคำพิพากษาออกมาต้องมีการยื่นให้ ครม. พิจารณารับทราบอีกครั้ง
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันยังมีข้อพิพาทที่อยู่ระหว่างการพิจารณา 1 คดี โดยกระบวนการเหล่านี้ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าศาลปกครองจะพิจารณาอย่างไร ดังนั้น โครงการนี้นับว่าปัจจุบันยังไม่ได้เกิดปัญหา ขณะที่ประเด็นเรื่องส่วนต่างราคาประมูล และวิธีจัดซื้อจัดจ้าง เรื่องพวกนี้เป็นแค่ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ ส่วนตัวจึงมองว่าเรื่องพวกนี้ยังไม่ได้มาถึงขั้นตอนของกระทรวงคมนาคม เรื่องสายสีส้มยังอยู่ในขั้นตอนรอศาลปกครองพิจารณาอยู่
ขณะที่ นโยบายรถไฟฟ้าสูงสุด 20 ตลอดสาย นั้น เป็นนโยบายที่รัฐบาลต้องการผลักดัน เพื่อดูแลประชาชน ลดค่าครองชีพในการเดินทาง สนับสนุนให้คนมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น โดยปัจจุบันได้ดำเนินการไปแล้วส่วนของโครงการรถไฟฟ้าของภาครัฐ ขณะที่โครงการที่มีสัญญากับภาคเอกชน อาทิ สายสีชมพู สายสีเหลือง สายสีน้ำเงิน รวมไปถึงสายสีส้มที่เปิดประมูลไปแล้ว นับว่าเป็นกลุ่มที่มี พรบ.ร่วมทุน ดังนั้นต้องมีวิธีการดำเนินการ การเจรจากับเอกชนในรูปแบบต่อไป แต่อย่างไรก็ดี นโยบายของรัฐบาลต้องดำเนินการจัดทำค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาท
“ทุกโครงการรถไฟฟ้าที่มี พ.ร.บ.ร่วมทุน เป็นโครงการพีพีพี จะต้องมีวิธีการจัดการที่แตกต่างออกไปจากรถไฟฟ้าของภาครัฐ ดังนั้น ต้องรอกระบวนการเจรจาก่อน แต่แน่นอนว่านโยบายรัฐบาลมีโอกาสที่จะทำให้ทุกสายทำราคาค่าโดยสาร 20 บาท รวมไปถึงรถไฟฟ้าสายสีส้มที่รอลงนามสัญญาก็ต้องเจรจากับเอกชน แต่โครงการรถไฟฟ้าร่วมทุนเหล่านี้ ต้องให้ระยะเวลาศึกษาตัวเลข วิธีการผลลัพธ์ต่างๆ และต้องทำให้รอบคอบพอ เพื่อให้ความเชื่อมั่นกับนักลงทุนด้วย” นายสุรพงษ์ กล่าว
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้ รฟม. ดำเนินการตามแผนงานที่สำคัญของหน่วยงานให้แล้วเสร็จตามเป้าหมายในกรอบเวลาที่ชัดเจน โดยเร่งรัดการเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ให้เร็วขึ้น จากแผนเปิดให้บริการภายในเดือนมิถุนายน 2567 เป็นเริ่มให้ประชาชนทดลองใช้บริการรถไฟฟ้าเสมือนจริงฟรี ในเดือนธันวาคม 2566 โดยคาดว่าจะให้ทดลองนั่งฟรี 1 เดือน ก่อนเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ต่อไป
ด้าน นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า การกำหนดอัตราราคาค่าโดยสารสูงสุด 20 บาทตลอดสายในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มนั้น หาก ครม.มีมติให้ดำเนินการ รฟม.จะต้องเริ่มขั้นตอนเจรจากับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีอีเอ็ม ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลใหม่ เนื่องจากโครงการนี้ปัจจุบันได้เจรจารายละเอียดในสัญญาไปแล้ว เพียงแต่อยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด เพื่อนำโครงการเสนอ ครม. ดังนั้นหากมีนโยบายเพิ่มรายละเอียดเรื่องปรับลดค่าโดยสาร รฟม.จะต้องเจรจากับเอกชน ซึ่งจะต้องประเมินวงเงินชดเชยให้เอกชนเพิ่มเติมด้วย
นายภคพงศ์ กล่าวอีกว่า หากกรณีที่ต้องเจรจากับเอกชนใหม่ ยอมรับว่าจะส่งผลกระทบต่อการเดินรถไฟฟ้าสายสีส้ม โดยเฉพาะส่วนตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ที่ปัจจุบันงานโยธาใกล้แล้วเสร็จ แต่หากต้องกลับมาเริ่มเจรจารายละเอียดสัญญาร่วมทุนที่ต้องเพิ่มข้อมูลปรับราคาค่าโดยสารเหลือสูงสุด 20 บาทตลอดสาย ทางเอกชนอาจยังไม่สามารถเริ่มเปิดให้บริการเดินรถได้
“สายสีส้มตอนนี้อยู่ในขั้นตอนรอศาลปกครองสูงสุดพิจารณาอีก 1 คดีที่เหลืออยู่ คือ คดีเกี่ยวกับเงื่อนไขการประกวดราคาครั้งใหม่ โดยส่วนตัวประเมินจากข้อพิพาทก่อนหน้านี้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน น่าจะได้ข้อสรุป หลังจากนั้น รฟม.จะเสนอผลการประมูลไปยัง ครม.พิจารณาอนุมัติเพื่อลงนามสัญญา โดยหาก ครม.มีมติให้ปรับราคาค่าโดยสารสูงสุด 20 บาท ก็จะทำให้ต้องกลับมาเจรจากับเอกชนเพิ่มเติม ก่อนลงนามสัญญา” ซึ่งปัจจุบันมีการกำหนดค่าโดยสารไว้ที่ 15-45 บาท
นายภคพงศ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี มูลค่าการลงทุน 41,720 ล้านบาท นั้น หลังจากนี้ต้องมีการศึกษาทบทวน เรื่องนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องผนวกเข้าไปในแผนการศึกษาด้วย เนื่องจากเดิมมีการกำหนดอัตราค่าโดยสารไว้ที่ 15-45 บาท โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการศึกษา 2 เดือน หรือแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2566 ก่อนในเดือนดังกล่าวจะมีการเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม.พิจารณารับทราบ ก่อนเสนอไปที่กระทรวงคมนาคม ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2567 ก่อนเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ก่อนเริ่มประมูลภายในปี 2567 ต่อไป

