หน้าแรก เศรษฐกิจ 3 สมาคมอสังหา...

3 สมาคมอสังหาฯ วอนรัฐออกมาตรการกระตุ้น หนุนคนมีบ้านหลังแรก จี้ลดดอกเบี้ย ภาษีที่ดิน 50%

18.10.23 | 20:34 น.

3 สมาคมอสังหาฯ วอนรัฐออกมาตรการกระตุ้น หนุนคนมีบ้านหลังแรก จี้ลดดอกเบี้ย ภาษีที่ดิน 50%

วันที่ 18 ตุลาคม นายวสันต์ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า คาดหวังตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วงไตรมาส4 จะเริ่มดีขึ้นต่อเนื่องถึงปี 2567 หลัง 3 ไตรมาสที่ผ่านมากำลังซื้อชะลอตัวและเกิดสุญญากาศไปบ้างช่วงมีการเลือกตั้ง เพราะคนไม่ค่อยมั่นใจ ทำให้ใช้เวลาตัดสินใจนาน เพราะบ้านเป็นสินค้ามีราคาซื้อขายสูง และเป็นภาระหนี้ระยะยาว แต่เนื่องจากยังมีปัจจัยลบอยู่ ดังนั้นเมื่อเทียบสถานการณ์ปีนี้กับปี 2565 จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ประเมินตลาดแนวราบจะติดลบ10% และปี2567 จะปรับตัวดีขึ้น 5% สอดคล้องกับจีดีพีของประเทศ ส่วนการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยไม่ค่อยน่ากังวลเพราะน่าจะถึงจุดสูงสุดแล้วและมีผลต่อต้นทุนก่อสร้างบ้านน้อยกว่าราคาที่ดินที่คิดเป็นต้นทุน 30% และราคาที่ดินก็ปรับขึ้นทุกปีเฉลี่ย 20%

“ขอให้รัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้นนอกจากเงินดิจิทัล ไม่ใช่แคกระตุ้นอสังหาฯ โดยผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ลงทุนไปแล้วให้เปิดใช้โดยเร็ว เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้มทยอยเปิดเป็นช่วงๆ หรือเร่งโครงการในอีอีซี ส่วนภาคอสังหาฯขอให้เลิกมาตรการLTV ลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยปี 2567 ลด50% ปี 2568 ลด 25% ปี 2569 เก็บ 100% อย่าเพิ่งเพิ่มภาระใหม่ รอให้เศรษฐกิจดีก่อน”นายวสันต์กล่าว

นายวสันต์ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร

นางอาภา อรรถบูรณ์วงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมอาคารชุดไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด(มหาชน) กล่าวว่าตลาดคอนโดมิเนียมปี 2566 ยังทรงตัวโดยเฉพาะตลาดกลาง-ล่างติดกับดักรายได้ ลูกค้ากู้สินเชื่อไม่ผ่าน ทำให้กำลังซื้อและอัตราการดูดซัพลดลง ประกอบกับต่างชาติเป็นกำลังซื้อ 10%ของตลาด ยังไม่กลับมา ทำให้กำลังซื้อใหม่ยังไม่มี ขณะที่การพัฒนาโครงการใหม่ก็ยากขึ้นเพราะการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทำให้ต้นทุนพัฒนาโครงการสูงขึ้น

“คอนโดต้นทุนใหญ่คือค่าก่อสร้าง คงต้องจับตาสงครามอิสราเอลจะบานปลายหรือไม่ เพราะเริ่มส่งผลต่อราคาพลังงานแล้ว ก็วิตกคอนโดจะกระทบหนักต่อการก่อสร้างโครงการใหม่ทำให้ต้นทุนก่อสร้างและราคาขายสูงขึ้นในปีหน้า เพราะยังมีค่าแรงขั้นต่ำจะปรับขึ้นอีก 30% ตอนนี้เป็นจังหวะของคนซื้อคอนโดเพราะเป็นราคาต้นทุนเดิม”นางอาภากล่าว

Advertisement

นางอาภากล่าวว่า การที่รัฐบาลใหม่มีความกระตือรือร้นจะออกมาตรการกระตุ้นต่างๆ ถือว่าเป็นเรื่องดี มีผลบวกด้านจิตวิทยา ส่วนจะทำได้จริงหรือไม่เป็นอีกเรื่อง ซึ่งคาดหวังรัฐบาลจะออกมาตรการด้านอสังหาฯ เพื่อสนับสนุนให้คนมีบ้านหลักแรกได้ง่ายขึ้น โดยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านภาษีที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายซ้ำซ้อนทั้งภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีนิติบุคคล รวมถึง
ลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1-2% เป็นระยะเวลา 5 ปี เลิกมาตรการLTV เป็นการถาวร เมื่อต้นทุนผู้ประกอบการถูกลงจะทำให้ราคาคอนโดถูกลงด้วย

นางอาภากล่าวว่า สำหรับในส่วนของบริษัทเอง ในปีนี้และปีหน้าจะไม่มีการลงทุนใหม่ เพราะสต๊อกคอนโดยังเหลือกว่า 7,000 ล้านบาท ต้องเร่งระบายสต็อกเก่าสร้างรายได้ และรอให้ตลาดคอนโดกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจน และผลจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสุงขึ้น ทำให้ต้นทุนการพัฒนาโครงการใหม่สูงขึ้นจาก 4-5% เป็น 6-7% ทำให้ยอดขายบริษัท 3 ไตรมาสที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามเป้า

นางอาภา อรรถบูรณ์วงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมอาคารชุดไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด(มหาชน)

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ปัจจุบันเรื่องการปฎิเสธสินเชื่อในระบบยังอยู่ระดับสูง 30-50% ขึ้นอยู่แต่ละโครงการและกลุ่มราคาที่อยู่อาศัย และยิ่งเกิดสงครามอิสราเอลทำให้เกิดความกลัว โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก ขณะที่ผู้ขอสินเชื่อซื้อที่อยู่อาศัยแม้จะผ่านสินเชื่อแล้ว แต่เมื่อถึงกำหนดโอนแบงก์จะเพิ่มเงื่อนไขขอหลักฐานเพิ่มขึ้นอีก

“มองว่าผู้ซื้อในกลุ่มบนราคาสูงยังไปได้ แต่ระดับกลาง-ล่างจะมีบ้านยากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งรัฐก็ต้องมีนโยบายด้านที่อยู่อาศัยออกมาด้วย เช่น รัฐควรมีกองทุนให้ช่วยผ่อนซื้อที่อยู่อาศัย เป็นการสร้างวินัย ไม่งั้น รายย่อย จะกู้ซื้อบ้านไม่ได้”นายพรนริศกล่าว

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย

นายทัพพ์เทพ ภัคกระนก ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 44 กล่าวว่า วันที่ 2-5 พฤศจิกายนนีั ทาง 3 สมาคมอสังหาฯ จะจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 44 ณ ฮอลล์ 5 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Property Solutions” จะตอบโจทย์การใช้ชีวิตและทุกดีมานด์ของผู้บริโภคทั้ง Gen X, Yและ Z มีกว่า 1,000 โครงการจากทั่วประเทศให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อ เป็นคอนโดมิเนียม 35% ทาวน์เฮาส์ 30% บ้านเดี่ยว 20% บ้านแฝด 10% และอื่นๆ เช่น ที่ดิน บ้านมือสอง อีก 5%

“นอกจากแคมเปญของแต่ละบริษัทแล้ว คณะกรรมการผู้จัดงานมีโปรโมชั่นเพิ่ม อาทิ จองที่อยู่อาศัยในงานมีสิทธ์ลุ้นรับทองคำ 10 บาท และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมมูลค่าของรางวัลเกือบ 6 แสนบาท โดยครั้งนี้จะมีลดราคามากกว่าทุกครั้ง เพราะผู้ประกอบการต่างต้องการปิดยอดขายช่วงสิ้นปี คาดว่ามียอดขายในงานมากกว่า 3,500 ล้านบาทขึ้นไป”นายทัพพ์เทพกล่าว