หน้าแรก เศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์ ม...

เศรษฐศาสตร์ มธ.ห่วงรัฐไม่มีเครื่องมือแก้ ศก.หากโลกผันผวนอีก-เหตุที่ผ่านมาใช้ไปหมดแล้วแถมยังได้ผลน้อย

11.01.17 | 16:48 น.

นายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจธรรมศาสตร์ (TEC) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2560 ไม่น่าห่วง เพราะไทยมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างแข็งแรง มีทุนสำรองระหว่างประเทศค่อนข้างสูง และการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศในช่วงที่ผ่านมาแม้จะน้อยกว่าหลายประเทศในอาเซียน แต่ก็ยังเติบโตอยู่ จะสร้างความมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะโต มีการใช้ทรัพยากรพัฒนาประเทศ และคนยังมีกำลังซื้ออยู่เมื่อยังมีการจ้างงงาน และการควบคุมหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของสถาบันการเงินเข้มงวดขึ้น ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจซ้ำ


“มีข้อสังเกตว่าแม้เศรษฐกิจปลายปี 2559 มีการขยายตัวจากนโยบายภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการลงทุนและมาตรการกระตุ้นการบริโภค แต่จากงานวิจัยนโยบายภาครัฐของศูนย์เศรษฐกิจธรรมศาสตร์เบื้องต้น พบว่านโยบายการคลังการเงินที่ผ่านมาได้ผลค่อนข้างน้อย และใช้กันเกือบจะหมดทางแล้วในปี 2559 ในภาวะปัจจุบันและต่อไปเศรษฐกิจโลกยังผันผวน เกิดคำถามว่าไทยจะมีมาตรการเพียงพอรับมือหรือไม่ในเวลาจำเป็นเมื่อเครื่องมือได้ใช้ไปก่อนหน้า จากนี้มาตรการภาครัฐอาจจะไม่ต้องเน้นจำนวนแต่ควรเน้นมาตรการคุณภาพที่ส่งผลอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งขณะนี้ภาครัฐได้ลงทุนมากขึ้น ซึ่งจะไปทดแทนการลงทุนเอกชน ขณะที่เอกชนะลอลงทุน หากเป็นอย่างนี้ต่อไปทางทฤษฎีเศรษฐศาสตร์การลงทุนภาครัฐจะไปทดแทนเอกชน ซึ่งในระยะยาวและยั่งยืนรัฐไม่สามารถลงทุนฝ่ายเดียวได้ เพราะต้นทุนการลงทุนเอกชนจะสูงด้วย จากดอกเบี้ยที่รัฐกู้ยืมมาลงทุน อาจส่งผลเอกชนหันความสนใจไปลงทุนที่อื่น ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้วที่ญี่ปุ่น ตรงนี้เป็นอีกโจทย์ที่จะทำอย่างไรให้เอกชนลงทุน โดยรัฐต้องสร้างความมั่นในและความแน่นอนในเรื่องนโยบาย” นายสกนธ์กล่าว

นายสกนธ์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันรัฐบาลเดินมาถูกทางแล้วในการให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศเพิ่มมากขึ้น ที่จะกระจายงบประมาณและการพัฒนาจากส่วนกลางสู่ภูมิภาคและจังหวัดเพิ่มขึ้น เพราะเดิมการขยายตัวเศรษฐกิจกระจุกตัว และไม่เป็นธรรม อีกทั้งช่วยลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก แต่สิ่งคำสัญคือรัฐจะทำอย่างไรถอดเรื่องเศรษฐกิจมหภาคสู่การปฏิบัติและสู่ระดับจุลภาคได้ด้วย นอกจากนี้ ทางคณะเศรษฐศาสตร์เพิ่งเปิดศูนย์เศรษฐกิจธรรมศาสตร์อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นแหล่งเผยแพร่ข้อมูลแก่สาธารณชน ทั้งการวิเคราะห์ประเด็นปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม และนโยบายสาธารณะ ซึ่งมีฐานข้อมูลจากการงานวิจัยสนับสนุนและใช้นวัตกรรมทางงานวิจัยเป็นที่แรกๆ ในไทย จากนี้จะมีการทำเนื้อหาที่เข้าใจง่ายทั้งข้อมูล ภาพ วิดีโอ เผยแพร่ทางสื่อ จัดแถลงข่าว และทางสื่อออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์ และเฟซบุ๊กด้วย

นายอาชนัน เกาะไพบูลย์ รองศาสตราจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงทางเศรษกิจที่ภาคธุรกิจต้องจับตามากที่สุดในไตรมาส 1 ปีนี้ คือ ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ โดนัลด์ ทรัมป์ จะทำอะไรใน 3 เดือนแรก ซึ่งจะส่งผลและเป็นสัญญาณต่อเศรษฐกิจโลก และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งนับว่ามีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก

Advertisement