ธุรกิจกลางคืนเร่งเครื่อง ยืดเวลาเปิดย่านดริงก์ถึงตี 4 นำร่อง 15 องค์กรจับมือยื่น ‘เศรษฐา’ ไฟเขียว
นายธนากร คุปตจิตต์ ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เปิดเผยกับมติชนว่า วันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา ผู้ประกอบการเกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจให้บริการเพื่อบันเทิงและกลางคืน ประมาณ 15 ราย อาทิ ผู้ประกอบการร้านอาหาร สถานบันเทิง ผับ-บาร์ กลุ่มโรงแรมและท่องเที่ยว นักดนตรี บริกร (เด็กเสิร์ฟ เซฟ) กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น ได้หารือนอกรอบและเห็นชอบในหลักการสนับสนุนซอฟต์เพาเวอร์เพื่อการท่องเที่ยวและ 3 ข้อเสนอหลัก และทำหนังสือถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พิจารณา พร้อมกับทำหนังสือเวียนถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งทั้ง 15 กลุ่มจะมีการหารือกันภายในกลุ่มสมาชิกและลงรายชื่ออย่างเป็นทางการ กำหนดจะจัดส่งถึงนายกฯในสัปดาห์หน้า
นายธนากรกล่าวต่อว่า สำหรับ 3 ข้อเสนอหลัก คือ ขอให้ทบทวนขยายการเปิดบริการธุรกิจกลางคืนในแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งที่มีต่างชาติเข้าใช้บริการเป็นหลัก จากเดิมปิดบริการตี 1 ถึงตี 2 (01.00-02.00 น. ขยายเป็นตี 4 ส่วนนอกโซนจากปิดเที่ยงคืน (00.00 น.) ขยายเป็นตี 2 (02.00 น.) ทบทวนเวลาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่ม 14.00-17.00 น. และอนุมัติโซนนิ่งเปิดให้บริการถึงตี 4 นำร่อง 9 พื้นที่ คือ กรุงเทพฯ (เช่น ถนนข้าวสาร ถนนพัฒน์พงศ์ เป็นต้น) ภูเก็ต ชลบุรี (พัทยา) สุราษฎร์ธานี (สมุย เป็นต้น) พังงา กระบี่ ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน เป็นต้น) สงขลา (หาดใหญ่) เชียงใหม่ โดยในหนังสือทางผู้ประกอบการยอมรับที่จะเข้มงวด 4 ด้าน คือ ห้ามพกพาอาวุธ ห้ามใช้ยาเสพติด ห้ามเด็กและเยาวชนเข้าใช้บริการ 3 ด้านนี้จะคุมเป็นศูนย์ อีก 1 ด้านจะเข้มงวดให้มากที่สุด คือ ร่วมป้องกันอุบัติภัยในท้องถนน โดยผู้ประกอบการจะจัดเตรียมเครื่องเป่าวัดแอลกอฮอล์ เปิดให้มีรถโดยสารสาธารณะเข้ามารับลูกค้าที่ดื่ม และให้เจ้าหน้าตำรวจตั้งด่าน
“คาดหวังว่าจะได้รับการพิจารณาและเห็นชอบทางปฏิบัติได้ภายในไตรมาส 4 ปีนี้ ตรงกับช่วงไฮซีซั่นของภาคท่องเที่ยว ที่จะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าไทย และคนไทยหยุดยาวช่วงปีใหม่ ซึ่งสอดรับกับการที่รัฐบาลต้องการกระตุ้นนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเที่ยวไทยในช่วงปีใหม่นี้ ซึ่งความนิยมดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงพักผ่อนและเฉลิมฉลองเป็นเรื่องที่ต่างชาติคุ้นเคยจะดื่มกินในเวลากลางคืน เชื่อว่าการขยายเวลาปิด จัดโซนนิ่งที่ตรงกับนักท่องเที่ยวนิยม ภาพรวมจะเพิ่มรายได้ต่ออุตสาหกรรมธุรกิจกลางคืนกว่า 30% ทันที” นายธนากรกล่าว
แหล่งข่าวในวงการสถานบันเทิงกล่าวว่า ขณะนี้ทางกรุงเทพมหานคร กำลังสอบถามและสำรวจย่านถนนที่มีธุรกิจกลางคืนเปิดบริการ ว่ามีย่านถนนใดที่ควรให้เปิดถึง 04.00 น. นอกจากถนนข้าวสาร ถนนพัฒน์พงศ์ อย่างเช่น ทองหล่อ เอกมัย ถนนเลียบทางด่วน เป็นต้น อีกทั้งสำรวจเรื่องใบอนุญาตหากมีเวลาปิดจะเกิดความเหลื่อมล้ำอย่างไรบ้าง

