หน้าแรก เศรษฐกิจ เลื่อนถกเงินด...

เลื่อนถกเงินดิจิทัล จุลพันธ์ แจงรายละเอียดยังไม่ชัด แต่แจกแน่ต้นปีหน้า ย้ำไม่ซ้ำจำนำข้าว

19.10.23 | 16:11 น.

เลื่อนถกเงินดิจิทัล จุลพันธ์ แจงรายละเอียดยังไม่ชัด แต่แจกแน่ต้นปีหน้า ย้ำไม่ซ้ำจำนำข้าว

วันที่ 19 ต.ค. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาทผ่าน ดิจิทัล วอลเล็ต เปิดเผยว่า วันนี้ ได้เลื่อนประชุมอนุกรรมการออกไปก่อน เนื่องจากคณะอนุกรรมการ ลงความเห็นว่ายังมีรายละเอียดบางส่วนที่ยังได้ข้อสรุป จึง ยังไม่มีความพร้อมที่จะนำเสนอ ทำให้เลื่อนการประชุมคณะอนุกรรมการออกไปเป็นวันที่ 24 ตุลาคมนี้แทน

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดที่ยังไม่ชัดเจน อาทิ แหล่งที่มาของเงินที่ใช้ในโครงการ ซึ่งยังไม่มีข้อสรุป เนื่องจากมีหลายทางเลือกที่ให้คณะอนุกรรมการได้พิจารณา แต่ยืนยันว่าแหล่งเงินที่จะใช้ในโครงการนั้น จะเลือกช่องทางที่เหมาะสม และเป็นประโยชน์มากที่สุด อีกเรื่อง คือ เงื่อนไขกลุ่มเป้าหมายนั้น รัฐบาลยังคงมองว่าโครงการดิจิทัล วอลเล็ต เป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงไม่มีแนวคิดที่จะแจกเงินในเฉพาะกลุ่ม ซึ่งหากเลือกแจกเฉพาะกลุ่มคนจน ก็จะทำให้กลายโครงการสงค์เคราะห์แทน โดยมีกรอบวงเงินสูงสุดที่ 5.48 แสนล้านบาท ตามจำนวนประชากรอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ที่มี 54.8 ล้านคน

“ข้อเสนอที่หลายฝ่ายให้มานั้น ทางเราก็รับฟัง อย่างไรก็ดี รัฐบาลมองว่า เงินดิจิทัลเป็นโครงการการกระตุ้น ไม่ใช้โครงการสงค์เคราะห์ และถ้าถามกลับไปว่า จะกำหนดว่าใครเป็นคนรวย จะตัดเส้นรายได้ที่ตรงไหนที่จะเหมาะสม ก็ยังไม่ตอบได้ เพราะเราใจคนชนชั้นกลางเองก็ต้องการการกระตุ้น ดังนั้น เงินดิจิทัล ก็อาจทำให้หลายคนไปต่อยอด ไปลงทุน และใช้จ่ายได้ นอกจากนี้รัฐบาลก็ยังคงคิดที่จะแจกเงินทั้งก้อน 10,000 บาทรวดเดียว เนื่องจากต้องการให้เกิดอิมแพคทางเศรษฐกิจ” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สำหรับ เรื่องที่ชัดเจนแล้ว คือ เรื่องรัศมีการใช้จ่ายนั้นจะขยายเกิน 4 กิโลเมตรจากทะเบียนบ้าน แน่นอน โดยมีทางเลือกเป็นตำบล อำเภอ และจังหวัด ตามทะเบียนบ้าน นอกจากนี้ การเลื่อนประชุมเนื่องจากไม่ได้ข้อสรุป จะมีผลให้โครงการเริ่มไม่ทัน วันที่ 1 กุมภาพันธ์หรือไม่นั้น ต้องยอมรับว่าอาจทำให้การทำงานของคณะกรรมการเงินดิจิทัล ตรึงตัวแน่นอน แต่ยืนยันว่า โครงการเงินดิจิทัลจะเริ่มได้ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2567

Advertisement

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องที่หลายฝ่ายเป็นห่วงเรื่อง เสถียรภาพทางเศรษฐกิจนั้น รัฐบาล กระทรวงการคลัง ก็รับฟัง รัฐบาลยังยึดมั่นที่เสถียรภาพ แต่ก็ตั้งเป้าให้มีประสิทธิภาพด้วย โดยคาดหวังว่าโครงการนี้ จะช่วยให้ เศรษฐกิจไทยปี 2567 เติบโตได้สูงขึ้น ใกล้เคียง 5% ต่อปี และอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดโครงการเงินดิจิทัลบ้าง แม้บ่างเรื่องจะขัดกับที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ก่อนเลือกตั้ง แต่ตอนนี้รัฐบาลเป็นรัฐบาลแบบผสม นโยบายบ้างอย่างก็ต้องมีเปลี่ยนร่วมกับพรรคร่วมเพื่อให้เกิดความเหมาะสม

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สำหรับกรณ๊ที่มีหลายฝ่ายเป็นห่วงว่าโครงกรเงินดิจิทัล จะซ้ำรอยโครงการจำนำข้าวนั้น ทางรัฐบาลไม่มีความกังวัล มั่นใจว่าไม่มีการทุจริต คณะกรรมการทุกส่วนงานได้ปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ รวมทั้ง ยังมีคณะทานติดตามตรวจสอบโครงการด้วย ดังนั้นเชื่อว่าไม่มีการผิดพลาดแน่นอน

“เรื่องการทำระบบนั้น ได้มอบหมายให้สมาคมแบงก์รัฐ ที่อยู่ภายใต้กำกับกระทรวงการคลังเป็นผู้ดูแล ดังนั้นค่าพัฒนาแอพพลิเคชันใหม่ นั้นไม่ถึงหลักพันล้าน หรือหมื่นล้านตามที่เป็นข่าวแน่นอน และอนาคต โดยโครงการดิจิทัล วอลเล็ตนั้นเป็นส่วนหนึ่งของซุปเปอร์แอพพลิเคชัน และในอนาคตรัฐบาลจะต่อยอด ให้เป็น แอพพ์ของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ต่อไป”นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สำหรับการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการนั้น เบื้องต้น รัฐบาลมีข้อมูล 40 ล้านคนที่ทำการการยืนยันและพิสูจน์ตัวตนด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-KYC) เพื่อเข้าร่วมโครงการรัฐก่อนหน้านี้ไปแล้ว ซึ่งกลุ่มนี้ถ้าประสงค์จะเข้าร่วมโครงการดิจิทัล วอลเล็ต ก็จะออกแบบให้กดเพียงปุ่มเดียวก็เข้าร่วมได้เลย ส่วนอีกกว่า 10 ล้านคนที่เป็นหน้าใหม่อาจจะต้องทำการยืนยัน E-KYC ก่อนเข้าร่วมโครงการ ขณะที่กลุ่มที่เข้าไม่ถึงสมาร์ทโฟน ก็ต้องยืนยันตัวตนกับสาขาของธนาคาร และอาจจะมีการทำระบบให้ใช้จ่ายผ่านบัตรประชาชนได้ หรือกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง ก็จะต้องมีการออกระเบียบให้มีผู้แทนทำธุรกรรมแทนได้ เช่นกัน ทั้งนี้ก็ลงทะเบียน ทั้งประชาชน และร้านค้า จะกำหนดให้ดำเนินการก่อนที่จะเริ่มโครงการ เพื่อให้เริ่มโครงการก็สามารถใช้จ่ายได้ทันที