‘ธรรมนัส’ ติดตามสถานการณ์น้ำเขื่อนป่าสักฯ เดินหน้าแก้ปัญหา-ลดกระทบภาคเกษตร
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามตรวจวัดระดับน้ำและรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำ พร้อมด้วย นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ว่า ได้มอบหมายให้กรมชลประทานดำเนินการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรี และเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำทั้ง 4 ส่วนในพื้นที่ คือ น้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค น้ำเพื่อการเกษตร น้ำเพื่ออุตสาหกรรม และน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศ เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการใช้น้ำและการประกอบอาชีพของเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำใช้การได้ 871 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 91% ของความจุอ่าง สามารถรับน้ำได้อีก 86 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ กรมชลประทานได้วางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ โดยจะดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำป่าสักเพิ่มเติม เนื่องจากลำน้ำสาขาในลุ่มน้ำป่าสักมีปริมาณมาก
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีศักยภาพรับน้ำได้เพียง 960 ล้าน ลบ.ม. รวมทั้งศึกษาแผนงานโครงการที่มีศักยภาพในการพัฒนาแหล่งน้ำตอนบนของลุ่มน้ำป่าสัก จำนวน 19 โครงการ ซึ่งหากพัฒนาเต็มศักยภาพครบทุกโครงการจะสามารถเก็บกักน้ำในลุ่มน้ำป่าสักได้ รวมทั้งหมด 1,522.22 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 62.62% ของปริมาณน้ำท่าทั้งหมด และเพิ่มพื้นที่ชลประทานเป็น 901,063 ไร่ คิดเป็น 16.06% ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมดด้วย

