นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ภาคเอกชนต้องปรับเปลี่ยนโมเดลการผลิต เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอที่ถูกมองว่าเกือบหายไปแล้ว เมื่อปรับมาเป็นบรรจุภัณฑ์ โดยมีการพิมพ์เข้าไปอยู่ในทุกบรรจุภัณฑ์ ดังนั้นเมื่อปรับภารกิจได้อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์และอุตสาหกรรมสิ่งทอก็จะพอไปได้ เพราะหากปรับโมเดลให้บริการพิมพ์ตัวหนังสือไปอยู่ในตัวผลิตภัณฑ์หรือเสื้อผ้า สิ่งเหล่านี้จะทำให้สิ่งทออยู่รอดในกระแสโลกใหม่ อีกทั้งเมื่ออินเตอร์เน็ตแทรกเข้าไปอยู่ทุกด้าน ภาคเอกชนจึงต้องปรับตัวรองรับกระแสดังกล่าว อีกทั้งเมื่อรัฐบาลพิจารณาขยายมาตรการส่งเสริมการลงทุน มองว่าจะสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุนมากขึ้น หลังจากปีก่อนภาคเอกชนยังไม่มั่นใจหลายด้าน และเมื่อภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกมาแล้วจะเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการลงทุน เนื่องจากบังคับไม่ให้ปล่อยทิ้งร้างว่างเปล่า
“จากวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนของไทยใช้เป็นโมเดลสำคัญที่นำมาใช้ประเมินสถานการณ์ถึงความจำเป็นในการลงทุน ทั้งนี้จะมองว่าในปีที่ผ่านมา เอกชนไม่ลงทุนเลยก็คงไม่ใช่ แต่การลงทุนเกิดขึ้นในบางธุรกิจเท่านั้น ที่เห็นได้ชัดคือ ภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยดูได้จากคอนโดมิเนียมที่ทยอยเปิดโครงการกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งการจะตัดสินใจลงทุนนั้นเอกชนจำเป็นต้องเห็นโอกาสที่ชัดเจน เพราะเมื่อใดที่เห็นโอกาสที่ชัดเจนแล้วก็ไม่พลาดที่จะเข้าไปลงทุนอยู่แล้ว” นายเจนกล่าว

