แห่ซื้อคอนโดใกล้มหา’ลัย ลงทุนปล่อยเช่า ‘ธรรมศาสตร์-เกษตร-ศรีปทุม’ คึก

แห่ซื้อคอนโดใกล้มหา’ลัย ลงทุนปล่อยเช่า ‘ธรรมศาสตร์-เกษตร-ศรีปทุม’ คึก

ปัจจุบัน “แคมปัสคอนโด” นับเป็นอีกตลาดที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจในการเข้าไปพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ล่าสุดทำเลย่าน ม.เกษตร-ศรีปทุม โดยเฉพาะรัศมีรอบสถานีบางบัวของรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต เริ่มมีรายใหญ่เข้าไปลงทุน หลัง “เซียล่า ศรีปทุม” ของ บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด ปักหลักเป็นเจ้าแรกๆ และอยู่ติดสถานี

ต่อมามี บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เข้าไปรุกตลาด เปิดขายโครงการ “โมดิซ วอลท์ เกษตร-ศรีปทุม” จำนวน 2 อาคาร 798 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,200 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท โดยอยู่ติดกับถนนเลียบคลองบางเขนที่ปรับโฉมใหม่ ห่างจากรถไฟฟ้าเล็กน้อย

Advertisement

กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW กล่าวว่า ตลาดคอนโมเนียมทำเลใกล้มหาลัยยังไปได้ดี หลังเปิดขายโครงการโมดิซ วอลท์ เกษตร-ศรีปทุม ใกล้บีทีเอสบางบัวเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ขณะนี้มียอดขายแล้ว 60% กลุ่มลูกค้ามีทั้งซื้ออยู่เอง คนทำงาน นักเรียน นักศึกษาและนักลงทุนที่ซื้อปล่อยเช่า โดยจะได้ค่าเช่าอยู่ที่ 10,000 บาทต่อเดือน ขณะนี้อยู่ระหว่างรออนุมัติรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) จะเริ่มก่อสร้างปี 2567 เสร็จปี 2569

“ตลาดเช่าตอนนี้ดีมากๆ ทั้งโซนมหาวิทยาลัย แนวรถไฟฟ้า เพราะคนกลับมาทำงานในเมืองและเรียนหนังสือกันมากขึ้น ส่วนอัตราค่าเช่าขึ้นอยู่กับทำเลเฉลี่ยเดือนละ 8,000-10,000 กว่าบาทขึ้นไป” กรมเชษฐ์กล่าว

ล่าสุด “SC” บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมชิงตลาดด้วย โดยส่งคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ “COBE” (โค้บบ์) เข้าไปปักหมุดเป็นแคมปัสคอนโดโครงแรก

สำหรับคอนโดมิเนียม “โค้บบ์” ทาง SC ตั้งเป้าจะเปิด 2 โครงการ ใน 2 ทำเล เจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมดึงนักแสดง นักร้องหนุ่ม “พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร” เป็นพรีเซนเตอร์สื่อถึงคนรุ่นใหม่ กระตุ้นยอดขาย

จากเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เจาะทำเลแรกย่าน “รัชดา-พระราม 9” ใกล้ MRT ศูนย์วัฒนธรรม เนื้อที่ 12 ไร่ มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท จำนวน 9 อาคาร รวม1,612 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท

ล่าสุด เปิดตัวโครงการที่สอง “โค้บบ์ เกษตร-ศรีปทุม” ในทำเล 0 เมตร จากรถไฟฟ้าสายสีเขียวสถานีบางบัวเป็นโปรเจ็กต์ส่งท้ายปีนี้ มีมูลค่าโครงการ 1,600 ล้านบาท เนื้อที่กว่า 2 ไร่

เป็นอาคารสูง 23 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 396 ยูนิต มีห้องชุดเพื่อการพาณิชย์ 1 ยูนิต อาคารเพื่อการพาณิชย์สูง 2 ชั้น 1 อาคาร 4 ยูนิต และที่จอดรถ 145 คัน รูปแบบห้องมีตั้งแต่สตูดิโอ 23-26 ตารางเมตร (ตร.ม), แบบ 1 ห้องนอน 30 ตร.ม., แบบ 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 46 ตร.ม. และห้องเพดานสูง 23-46 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.79 ล้านบาท สูงสุด 10 ล้านบาท

กนกอร หลิมกำเนิด หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านพัฒนาทรัพย์สินแนวสูง บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กล่าวว่า หลังเปิดตัวโค้บบ์ รัชดา-พระราม 9 ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทำยอดขายสะสม 4 เดือนทะลุ 65%

ส่วนโค้บบ์ เกษตร-ศรีปทุม มียอดจองทางออนไลน์แล้วกว่า 50% จะเปิดขายเป็นทางการวันที่ 20-23 ตุลาคมนี้ คาดปิดการขายสิ้นปีนี้ เริ่มก่อสร้าง 2567 เนื่องจากรออนุมัติรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) จะแล้วเสร็จปี 2569

“โครงการอยู่ทำเลมีศักยภาพติดรถไฟฟ้า ใกล้ 2 มหาวิทยาลัย คือศรีปทุมกับเกษตร เหมาะทั้งซื้ออยู่อาศัยและเพื่อการลงทุนปล่อยเช่าให้กับคนทำงานแนวรถไฟฟ้า นักศึกษาทั้งคนไทยและต่างชาติ เพราะนั่งรถไฟต่อเดียว ถึงอโศก สยาม โดยได้ผลตอบแทน 4.5-6% จึงเป็นโครงการที่หาได้ยาก ราคาแสนต้นๆ ทำเล 0 เมตร และย่านนี้ซัพพลายไม่ค่อยมี เรายังมีการันตีห้องและเฟอร์นิเจอร์ให้เพิ่มจาก 1 ปี เป็น 3 ปี เพื่อไม่ให้คนเช่าหรือซื้อลงทุนกังวล” กนกอรกล่าว

จากทำเล ม.เกษตร-ศรีปทุม มีข้อมูลราวอัพทำเลใกล้ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต จาก โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด (AREA)

โดยผลการสำรวจห้องชุดในบริเวณรอบๆ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต พบว่า ห้องชุดเกิดขึ้นมากเป็นพิเศษ และกว่า 50% เป็นห้องชุดปล่อยเช่า ตลาดนี้ยังจะเติบโตต่อไป แต่ไม่ได้เป็นในทุกมหาวิทยาลัย

“ครึ่งแรกของปี 2566 มีที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นรอบๆ ม.ธรรมศาสตร์รังสิต 2,593 หน่วย ส่วนมากเป็นห้องชุดถึง 2,316 หน่วย หรือ 89% ส่วนที่เหลือเป็นที่อยู่อาศัยอื่น เช่น บ้านแฝดราคา 3-5 ล้านบาท และทาวน์เฮาส์ราคา 2-3 ล้านบาท ส่วนห้องชุดที่เปิดขายปีนี้ เป็นราคา 2-3 ล้านบาท” โสภณกล่าว

พร้อมกล่าวว่า หากคิดรวมทั้งสินค้าเก่าและใหม่ที่อยู่ในมือผู้ประกอบการและยังเหลือขายมาจนถึงกลางปี 2566 อยู่ที่ 2,633 หน่วย โดยกลุ่มใหญ่สุดกลับเป็นทาวน์เฮาส์ 1,522 หน่วย หรือ 58% ของทั้งหมด ส่วนห้องชุดมี 506 หน่วย หรือ 19% นอกนั้นเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ตึกแถว

“ห้องชุดที่ยังเหลือขายมากสุดราคา 1-2 ล้านบาท แสดงว่าสินค้าห้องชุดในพื้นที่นี้ขายในราคาปานกลางค่อนข้างถูกคือไม่เกิน 3 ล้านบาท อาจเป็นเพราะกลุ่มเป้าหมายคือนักศึกษา บุคลากรในมหาวิทยาลัย คนทำงานในบริเวณใกล้เคียงนั่นเอง” โสภณวิเคราะห์

โสภณยังขยายความว่า ห้องชุดที่มีผู้ซื้อไว้ส่วนมาก 50% เป็นห้องชุดที่มีผู้เช่าอยู่เป็นหลัก ส่วนที่ซื้อไว้และอยู่อาศัยเองมีเพียง 30% ที่เหลือ 20% ยังปล่อยว่างอยู่ อาจรอขายปล่อยเช่า หรือมาอยู่เองในภายหลังก็ได้ ดังนั้น ห้องชุดในพื้นที่นี้จึงไม่ได้มีไว้เพื่อผู้ซื้ออยู่เองเป็นสำคัญ แตกต่างจากพื้นที่อื่นที่ไม่มีมหาวิทยาลัยที่ผู้ซื้ออยู่เองถึง 50-60% ของห้องชุดในหนึ่งโครงการ

“นักศึกษาและบุคลากรที่เกี่ยวข้องนิยมอยู่ห้องชุดมากกว่าอพาร์ตเมนต์ให้เช่า เพราะโครงการอาคารชุดมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น สระว่ายน้ำ พื้นที่สันทนาการที่เพิ่มขึ้น เช่น รับแขก ปิกนิก ห้องทำงานร่วมกันแบบโคเวิร์กกิ้งสเปซ จึงทำให้ผู้เช่านิยมอยู่ในโครงการอาคารชุดมากกว่าจะเช่าอพาร์ตเมนต์ทั่วไป” โสภณกล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image