โออาร์ลุยตลาดต่างประเทศ ทั้งกัมพูชา-ฟิลิปปินส์-ลาว-เวียดนาม ยึดอันดับ 2 ธุรกิจน้ำมันในกัมพูชา นำคาเฟ่อเมซอนและร้านค้าพันธมิตรลงทุนเพิ่ม วางแผนเปิดตัวที่โอมาน-มาเลย์-ญี่ปุ่น ประกาศปี 70 เพิ่มสัดส่วนรายได้อีก 15 %
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่ 18-20 ตุลาคม นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ นายสุชาติ ระมาศ ผู้อำนวยการใหญ่ นายรชา อุทัยจันทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกิจการต่างประเทศ นำคณะสื่อมวลชนเดินทางไปประเทศกัมพูชา เพื่อดูกิจการโออาร์ในพื้นที่หลังจากที่ประกาศปักหลักธุรกิจที่กัมพูชาโดยระบุว่าเป็นกัมพูชาเป็นบ้านหลังที่สองของโออาร์
นายดิษทัต เปิดเผยว่า โออาร์มีความเติบโตทางธุรกิจ 4 ส่วน 1.seamless mobility การจำหน่ายน้ำมัน และก๊าซ 2.all lifestyle การดำเนินการธุรกิจร้านค้า 3.global market การขับเคลื่อนธุรกิจต่างประเทศ และ 4.OR innovation การนำนวัตกรรมมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ

การลงทุนในส่วนที่ 3 คือ ธุรกิจต่างประเทศนั้น ทางโออาร์ได้มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ เพิ่มความหลากหลายในการดำเนินการ เช่น จำหน่ายก๊าซหุงต้ม LPG ยางมะตอย และร่วมกันขยายธุรกิจร่วมกับพันธมิตร เช่น บริษัทเค-เน็ต คอร์เปอเรชั่น จำกัด เจ้าของแบรนด์ otteri Wash & Dry บริษัท ดุสิต ฟุ้ดส์ จำกัด และแสวงหาพันธมิตรในพื้นที่เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกัน

“เรามีเป้าเพิ่มสัดส่วน EBITDA ของกลุ่มธุรกิจ Global เป็น 15 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2570” นายดิษทัต กล่าว
สำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจในต่างประเทศ ประกอบด้วย การดำเนินธุรกิจแล้วในประเทศ กัมพูชา ฟิลิปปินส์ ลาว เวียดนาม และการวางแผนที่จะเปิดตลาด ในประเทศโอมาน มาเลเซีย และญี่ปุ่น
การดำเนินธุรกิจในประเทศกัมพูชา ซึ่งถือเป็นบ้านหลังที่สองของโออาร์นั้น ณ เดือนสิงหาคม 2566 โดยธุรกิจ mobility หรือการจัดจำหน่ายน้ำมันผ่านปั๊มน้ำมัน 169 สาขา มีคลังน้ำมัน 7 แห่ง ทำธุรกิจหล่อลื่น PTT Lubricants รวมถึงธุรกิจร่วมค้า เพื่อบริการน้ำมันเครื่องบิน ณ สนามบินแห่งชาติแห่งใหม่ ณ กรุงพนมเปญ ซึ่งกำลังก่อสร้าง โดยมีกำหนดเปิดทำการในไตรมาสสามปี 2567
ด้านธุรกิจLifestyle ร้านค้าคาเฟ่ อเมซอน มี 231 สาขา มีร้านสะดวกซื้อ 65 สาขา และยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจคลังน้ำมัน และก๊าซ LPG โรงงานผสมยางมะตอย รวมถึงการหาโอกาสดำเนินธุรกิจพลังงานอื่น ๆ เช่น สถานีชาร์ทไฟฟ้า EV station Pluz และ Battery Swapping

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายดิษทัต และคณะ บรรยายให้คณะสื่อมวลชนทราบถึงความก้าวหน้าในธุรกิจที่ประเทศกัมพูชา ตลอดจนประเทศต่าง ๆ ที่ลงทุนแล้วได้นำสื่อมวลชนไปดูสถานที่ประกอบการ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงพนมเปญ และจังหวัดเสียมเรียบ อีกด้วย และยังทราบว่า PTT ได้รับความนิยมจากชาวกัมพูชามาก ซึ่งขณะนี้มีสัดส่วนเป็นอันดับ 2 ในตลาดรองจากบริษัทเอกชนของประเทศกัมพูชา


