JSP ส่ง CDIP ช่วยเอสเอ็มอี – รายย่อย ใช้งานวิจัยยกระดับเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย ตีตลาดต่างประเทศ

20.10.23 | 10:30 น.

JSP ส่งบริษัทลูก CDIP บริษัท R& D สัญญชาติไทย ปลดล็อกงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง หนุนประเทศก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง ต่อยอดผลิตภัณฑ์เกษตรสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ช่วยธุรกิจ SME และรายย่อยเข้าถึงงานวิจัย ตั้งเป้าสร้างผลิตภัณฑ์สุขภาพมูลค่าสูง กว่า 20 รายการต่อปี พร้อมวางแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ ใน 2 ปี

นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (JSP) เปิดเผยว่า อีกหนึ่งธุรกิจหลักที่ผลักดันให้ JSP กลายเป็นผู้ให้บริการด้านสุขภาพอย่างครบวงจรคือ ธุรกิจด้านการวิจัยและพัฒนา และการต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่เชิงพาณิชย์ ถือเป็นหัวใจของการต่อยอดสู่การผลิตยา เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับคนและสัตว์ โดยมีบริษัท ซีดีไอพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CDIP ที่ JSP ถือหุ้นอยู่ 65 % ช่วยต่อยอดผลิตภัณฑ์ของ JSP ในการเพิ่มมูลค่า นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางด้วย โดยสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย และวิสาหกิจชุมชน หรือ SME เข้าถึงการทำวิจัยและยกระดับสินค้าให้สามารถตีตลาดต่างประเทศได้กว้างขึ้น จากปัจจุบัน ผู้ประกอบการเหล่านี้ยังเจออุปสรรคสำคัญคือเข้าไม่ถึงงานวิจัย ทั้งที่สินค้าด้านสุขภาพของไทยมีจำนวนไม่น้อยที่มีคุณภาพสูงแต่ไม่สามารถส่งออกต่างประเทศได้เพราะไม่มีงานวิจัยรองรับ

“ธุรกิจของ CDIP เป็นธุรกิจด้านการรับจ้างวิจัยเชิงวิชาการในห้องปฏิบัติการ รับจ้าง ทดสอบและวิเคราะห์ผลทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงจัดงานฝึกอบรมและสัมมนา และให้คำปรึกษาการยื่นขอทุนวิจัยด้านการวิจัยและพัฒนา โดย JSP ตั้งเป้านำ CDIP เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ภายในปี 2568 และในระยะยาวไม่เกิน 5 ปี ตั้งเป้าเข้าจดทะเบียนในตลาด mai “

นางสาวจิรรัตน์ พวงนุ้ย Chief Innovation Officer (ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรม) CDIP เปิดเผยว่า บริษัทประกอบธุรกิจต้นน้ำผู้ให้บริการวิจัยและพัฒนา วิเคราะห์ทดสอบผลิตภัณฑ์ พัฒนาสูตรและรูปแบบของผลิตภัณฑ์ ตั้งโดยกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ สายเลือดนักวิจัย เนื่องจากเห็นช่องว่างของความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้ผลิตงานวิจัย นักวิจัย ผู้ใช้งานวิจัย ในอุตสาหกรรมต่างๆ และผู้บริโภคงานวิจัย หมายถึงตลาดและผู้บริโภค  จึงต้องการเชื่อมโยงของทั้ง 3 ส่วน เข้าด้วยกัน เพื่อนำงานวิจัยไทยมาต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์และผลิตเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพ ทั้งกลุ่มอาหารเสริม เครื่องดื่ม สมุนไพร และเครื่องสำอาง ออกสู่ตลาดได้จริง เน้นการต่อยอดงานวิจัยไทยเพื่อเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบเพื่อสุขภาพจากไทยสู่ตลาดโลกเสริมสร้างความแข็งแกร่งและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคการเกษตร และสมุนไพรไทย

CDIP มีห้องแล็บขนาดใหญ่ที่มีเครื่องมือที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล และเครือข่ายนักวิจัย ระดับปริญญาเอก ทั้งจาก สวทช.และอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ตั้งของ CDIPและมหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งจะสนับสนุนให้ CDIP  สามารถให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการยกระดับงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ได้ด้วยเงินทุนที่ไม่มากเหมือนกับบริษัทใหญ่ ในต่างประเทศ

Advertisement

นอกจากนี้ CDIP ยังมีในธุรกิจปลายน้ำ ซึ่งเป็นนวัตกรรมแพลตฟอร์มตู้จำหน่ายยาอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง ผ่านตู้กดยา Medis ทำการจำหน่ายยาสามัญประจำบ้าน ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ และผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ ซึ่งจะมาแก้ข้อจำกัดของการเข้าถึงยาในเวลากลางคืนที่ร้านขายยาปิดให้บริการแล้ว รวมถึงแก้ข้อจำกัดในเรื่องเภสัชกรประจำร้านขายยาที่ขาดแคลนอยู่ปัจจุบันให้บริการจำนวน 44 ตู้ มียาสามัญประจำบ้านให้บริการ 40 รายการต่อตู้ มีแผนขยายจำนวนตู้ในปีหน้า เพิ่มขึ้น 200 ตู้ และเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ตู้ในอนาคตเน้นขยายไปยังโครงการที่อยู่อาศัย  โรงงานอุตสาหกรรม แหล่งชุมชน  อย่างไรก็ดีในอนาคตตู้ Medis จะสามารถให้บริการปรึกษาเภสัชกรออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยแก้ไขข้อจำกัดที่มีในปัจจุบันให้คนไทยเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพและยารักษาโรคที่มีคุณภาพมากขึ้น