ร้านทองนั่งตบยุง รับสภาพราคาทองแพง กำลังซื้อฝืด คนซื้อใหม่หายหมด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 21 ตุลาคม 2566 สมาคมค้าทองคำ ได้ประกาศราคาทองคำเปิดตลาดลดลง 50 บาท และยืนราคาตลอดทั้งวัน ทำให้ ทองแท่งรับซื้อ (บาท) 34,100 บาท ทองแท่งขายออก (บาท) 34,200 บาททองรูปพรรณรับซื้อ (บาท) 33,488.44 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก (บาท) 34,700 บาท อิงราคาทองโลก 1,980.50 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ และค่าบาท 36.51 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หลังจากก่อนหน้านี้ราคาทองคำปรับขึ้นมาต่อเนื่อง 3 วัน
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานสมาคมผู้ค้าทองคำ กล่าวว่า ราคาทองคำวันที่ 21 ตุลาคม ลดลง 50 บาท นั้น ยังไม่ถือว่าจะเป็นขาลง หรือแค่ปรับฐาน หรือรอการปรับขึ้นอีกครั้ง ซึ่งราคาทองคำวันนี้ ขึ้นหรือลงอยู่กับปัจจัยสงครามอิสราเอล ราคาน้ำมัน และค่าเงินบาทอยู่ในโซนอ่อนค่าลง ผู้ประกอบการยอมรับว่าตอนนี้ประเมินสถานการณ์ได้ยากว่าราคาทองจะขึ้นต่อหรือลดลง แต่คงแกว่งตัวจนกว่าสถานการณ์อิสราเอลจะชัดเจนว่าไม่ได้ลุกลาม หรือรุนแรงหนักขึ้น
“กำลังซื้อทองคำโดยรวม ถือว่าหายเกือบหมด แม้จะมีมาขายคืนกับร้านค้าทอง แต่ก็ไม่เป็นจำนวนที่มาก เนื่องจากราคาทองคำขึ้นมาต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี จึงมีการทยอยขายกันมาต่อเนื่อง ถึงวันนี้ทำสถิติราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ก็ยังมีบ้างส่วนนำทองออกมาแล้ว แต่ไม่ถือว่ามากอะไร ที่น่าวิตกคือการซื้อใหม่หายหมด ด้วยราคาและไม่มั่นใจว่าเมื่อสถานการณ์สู้รบยุติลง จะลดลงแค่ไหน ประกอบกับเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวมาก กำลังซื้อฝืด ปีนี้การซื้อเพื่อมอบเป็นของขวัญหรือโบนัส คงเหลือไม่กี่ราย” นายจิตติกล่าว
ผู้ประกอบการค้าทองรายหนึ่งในย่านเยาวราชกล่าวต่อว่า ราคาทองที่ปรับสูงครั้งนี้ น่าจะเป็นการปรับฐานครั้งใหม่ เชื่อว่าราคาทองคำจากนี้ จะเคลื่อนไหวระดับ 33,000-35,000 บาท/บาททอง เหมือนที่ผ่านมา จากจะขยับจาก 15,000 บาท เป็น 25,000 บาท และทรงตัวในราคาเคลื่อนไหวแบบแคบๆ จนเกิดเหตุการณ์รัสเซีย-ยูเครน ต่อด้วยอิสราเอล-ฮามาส ราคาทองคำจึงปรับพรวดอีกครั้ง
“ทองแพงตอนนี้ หลายร้านนั่งตบยุง คนเข้าร้านน้อยมาก ยิ่งเดือนตุลาคมนี้ วันหยุดยาวมี 2 ช่วง ทำให้กำลังซื้อหายไป” เจ้าของร้านทองกล่าว

