หน้าแรก เศรษฐกิจ จดตั้งบริษัทใ...

จดตั้งบริษัทใหม่ 9 เดือนแรก ทำสถิติสูงสุดรอบ 10 ปี อานิสงส์กินเที่ยวฟื้นตัว

24.10.23 | 18:28 น.

จดตั้งบริษัทใหม่ 9 เดือนแรก ทำสถิติสูงสุดรอบ 10 ปี อานิสงส์กินเที่ยวฟื้นตัว-เทรนด์รักษ์โลกเบียดธุรกิจเดิม

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม นายจิตรกร ว่องเขตกร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ยอดจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจเดือนกันยายน 2566 มี 7,107 ราย ลดลง 1.55% เทียบเดือนเดียวกันปีก่อน และลดลง จากเดือนสิงหาคมปีนี้ 4.27% ขณะที่ยอดจดทะเบียนเลิกธุรกิจ มี 2,039 ราย เพิ่มขึ้น 4.78% เทียบกันยายนปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.59% จาก สิงหาคมปีนี้ จัดตั้งธุรกิจใหม่กันยายนลดลง แต่ทั้งไตรมาส 3/2566 เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ 9 เดือนแรก 2566 มีจำนวนสูงสุดในรอบ 10 อยู่ที่ 68,665 ราย เพิ่มขึ้น 12.94% และมูลค่าทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นถึง 39.68% เนื่องจากเดือนมีนาคม 2566 มีการควบรวมกิจการในธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมและธุรกิจประกันวินาศภัย รวมทั้งมีการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดในกลุ่มธุรกิจโฮลดิ้งและโรงแรม

นายจิตกรกล่าวต่อว่า ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนจำนวนการจดทะเบียนธุรกิจให้เติบโตสูงขึ้น คงมาจากภาคการท่องเที่ยวเป็นหลัก สะท้อนจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย 9 เดือนแรก 2566 มีจำนวนจดตั้งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 54.32% ธุรกิจเด่น คือ ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเติบโต 1.85 เท่า ธุรกิจตัวแทนการเดินทาง เติบโต 1.16 เท่า ธุรกิจจัดนำเที่ยว เติบโต 83.65% ธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร เติบโต 41.74% และธุรกิจโรงแรม รีสอร์ตและห้องชุด เติบโต 35.75% มีสัดส่วนคิดเป็น 8.01% ของจำนวนธุรกิจที่จัดตั้งทั้งหมดใน 9 เดือนแรกปี 2566

นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจน่าจับตามองที่เติบโตกว่า 1.5 เท่า ช่วง 9 เดือนแรกปีนี้เทียบปีก่อน ได้แก่ ธุรกิจขายส่งข้าวเปลือกและธัญพืช เติบโต 1.69 เท่า หรือเพิ่มขึ้น 115 ราย คาดว่าเป็นผลมาจากนโยบาย BCG Model ที่ส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิตข้าวรักษ์โลก และธุรกิจ กิจกรรมบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยได้รับค่าตอบแทนหรือตามสัญญาจ้าง เติบโต 1.65 เท่า หรือเพิ่มขึ้น 345 ราย คาดว่าเป็นผลมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่กลับมาเติบโต จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น กรมคาดการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566 อยู่ที่ 32,000-39,000 ราย และตลอดทั้งปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 79,000-86,000 ราย