หน้าแรก เศรษฐกิจ ปรับโฉมสลากN3...

ปรับโฉมสลากN3 สู้หวย‘ลาว-ญวน’

25.10.23 | 05:45 น.

ปรับโฉมสลากN3 สู้หวย‘ลาว-ญวน’

ย้อนไปเดือนมีนาคม 2566 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีมติเห็นชอบ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ของสลากกินแบ่งรัฐบาล ก่อนการประกาศยุบสภานั้น โดยมีสองผลิตภัณฑ์ คือ สลากลอตเตอรี่ 6 (แอล 6) และสลากนัมเบอร์สาม (เอ็น 3) เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาสลากราคาแพง

หลังจากที่ในช่วงปี 2564-2565 สลากพุ่งสูงมาก ขายเฉลี่ยใบละเกิน 100 บาทขึ้นไป และยิ่งรวมชุดเลขเหมือนก็จะยิ่งแพงขึ้น จากที่มีราคาขายกำหนดไว้ที่ 80 บาทต่อใบ

สำนักงานสลากฯจึงได้เริ่มเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสลากดิจิทัล ผ่านแอพพลิเคชั่น เป๋าตัง ขึ้นมา โดยนำสลากใบมาสแกนขาย มีการตอบรับเป็นอย่างดียิ่ง งวดแรกในเดือนพฤษภาคม 2565 ขายหมดใน 1-2 วัน

ขณะที่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ สลากแอล 6 ยังหน้าตาเหมือนกับสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบใบ แต่แบ่งรูปแบบให้ชัดเจน คือ แบบใบ กับ แบบดิจิทัล ขายบนช่องทางดิจิทัล ผ่านแอพพลิเคชั่น เป๋าตัง โดยไม่ต้องพิมพ์แบบใบอีก ได้เริ่มจำหน่ายแล้ว ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา และล่าสุดงวดวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ มีทั้งสิ้น 22 ล้านใบ ยังคงได้รับการตอบรับที่ดี จำหน่ายหมดในเวลาก่อนออกรางวัล และยังได้ผลตอบรับในเรื่องการแก้ไขปัญหาสลากแพง การขายสลากเกินราคาด้วย ซึ่งจากเดิมในตลาดขายใบละ 110-120 บาท ปัจจุบันอยู่ที่ใบละ 100 บาท เนื่องจากกลุ่มยี่ปั๊ว เริ่มปรับลดราคาขายส่งลงมาแล้วเฉลี่ยอยู่ที่ใบละ 85-90 บาท

Advertisement

ทำให้เห็นแล้วว่าสลากดิจิทัลแอล 6 ช่วยแก้ไขปัญหาสลากแพงได้แล้ว และเห็นผล โดยใช้หลักเศรษฐศาสตร์ในการช่วยปรับสภาพตลาดการขายสลากจากเดิมผูกขาดกับการขายแบบใบ ทำให้มีการแย่งซื้อมาขายกัน สำนักงานสลากฯก็ได้เพิ่มช่องทางใหม่ คือ สลากดิจิทัลบนแอพพ์ เป๋าตัง ให้ผู้ค้ากว่า 5 หมื่นรายเข้ามาขาย และเป็นอีกทางเลือกให้ผู้ซื้อเข้าถึงสลาก 80 บาทได้

โดยปี 2566 สลากแอล 6 แบบดิจิทัล ยังคงไว้ที่ 22 ล้านใบ และสลากแบบใบอยู่ที่ 80 ล้านใบ ทำให้ปัจจุบันมีสลาก 102 ล้านใบต่องวด ส่วนในปี 2567 จะพิจารณากรอบการเพิ่มสลากแอล 6 แบบดิจิทัลที่ 25-30 ล้านใบ ขณะที่สลากใบยังคงที่ 80 ล้านใบต่อไป

อย่างไรก็ดี สำนักงานสลากฯมีแผนออกอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ คือ สลากเอ็น 3 มีความตั้งใจสู้กับปัญหาสลากแพง หวยใต้ดิน และการพนันออนไลน์ ล่าสุด “คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลบาล” ได้มีมติใหม่ ให้คณะทำงานที่ดูสลากเอ็น 3 ทำการศึกษารูปแบบสลากดังกล่าวใหม่ โดยให้โจทย์ว่าต้องใช้สู้กับภัยคุกคามจากภายนอก อาทิ หวยลาว หวยเวียดนาม ให้มากขึ้น ที่กำลังได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่อย่างมาก ที่หันไปเล่นหวยออนไลน์จากเพื่อนบ้านแทนที่จะเล่นหวยใต้ดินในไทย

การเปลี่ยนแปลงหรือมติต่างๆ ของสลากเอ็น 3 นั้น ไม่ต้องผ่านกระบวนการเสนอเข้า ครม.อีกแล้ว เนื่องจากผ่านการเห็นชอบในหลักการไปแล้ว ทำให้สามารถอนุมัติผ่านบอร์ดสลากได้เลย ซึ่งยังคงกรอบการทำงาน คือ สลากเอ็น 3 จะมีความชัดเจนภายในปี 2567 นี้

ข้อแตกต่างสำคัญคือ ระยะเวลาการออกรางวัล ที่หวยเพื่อนบ้านทำการออกรางวัลถี่กว่าหวยไทยมาก อาทิ ออกรางวัลรายสัปดาห์ หรือความถี่ 2-3 วันครั้ง ทำให้เกิดการหมุนเวียน การจ่ายรางวัลที่ถี่กว่า ราคาของหวยถูกกว่า

ดังนั้น โจทย์การเปลี่ยนแปลงของสลากเอ็น3 คือ เรื่องการออกรางวัลจะต้องพิจารณาว่าควรจะออกให้มีความถี่ขึ้นหรือไม่?

อย่างไรก็ดี การปรับเปลี่ยนดังกล่าวอาจถูกกังวลว่าจะมอมเมาให้คนหันมาเล่นการพนันมากขึ้น แต่ทางสำนักงานสลากฯมองว่า คนที่ชอบเล่นก็ยังหาทางเล่นอยู่ดี และยังออกไปนอกระบบ เช่น ไปเล่นหวยลาว หวยเวียดนาม ดังนั้น จึงถือเป็นการเอาเงินนอกระบบกลับเข้าสู่ระบบมากขึ้น

สำหรับรายละเอียดก่อนหน้าที่ประกาศออกมาคือ สลากเอ็น 3 จำหน่ายสลากโดยให้ผู้ซื้อระบุเลข 3 หลัก ตั้งแต่ 000-999 ที่ต้องการ คล้ายกับหวยใต้ดินที่ไม่ได้พิมพ์ตัวเลขไว้ล่วงหน้า ดังนั้น ผู้ซื้อสามารถซื้อเลขซ้ำกันได้อย่างไม่จำกัด เบื้องต้นอาจจะขายในราคาต่ำกว่า 50 บาท โดยขายผ่านตัวแทนเหมือนเดิม เพื่อส่งเสริมอาชีพให้คนที่อยู่ในระบบเดิม

ขณะที่การออกรางวัล จะออกรางวัลเดือนละ 2 ครั้ง วันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน สลาก 1 ใบ มีโอกาสถูก 4 รางวัล คือ 1.สามตัวตรง 2.สามตัวสลับ หรือ สามตัวโต๊ด 3.สองตัวตรง และ 4.รางวัลแจ๊กพ็อต หรือรางวัลพิเศษ โดยจะเลือกจากผู้ถูกรางวัลสลากสามตัวตรงหนึ่งคน และรูปแบบการจ่ายรางวัลจะเป็นลักษณะแบบแปรผัน ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ซื้อเลขนั้นและผู้ถูกรางวัล โดยการจัดสรรเงินรางวัลจะอยู่ที่ 60% ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สลากกินแบ่งรัฐบาล และยังได้มีการแก้กฎหมายให้มีการสมทบเงินรางวัลได้อีกหนึ่งงวด หากไม่มีผู้ถูกรางวัล

โดยงานวิจัยของสำนักงานสลากฯ ระบุว่า ปัจจุบันมีการเล่นการพนันนอกระบบ อาทิ หวยใต้ดิน หวยออนไลน์ หวยเพื่อนบ้าน 1.5-4 แสนล้านบาทต่อปี ดังนั้น การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ สลากเอ็น 3 จะดึงเงินการพนันนอกระบบทุกรูปแบบ เข้ามาในระบบราว 10-20%

คาดการณ์ว่า ยอดขายของสลากเอ็น 3 ขั้นต่ำงวดละ 1-2 หมื่นล้านบาทต่องวด โดยไม่ได้ดึงจากตลาดสลากแอล 6 ดิจิทัล หรือแบบใบ เพราะเชื่อว่าสองตลาดขาดออกจากกัน นอกจากนี้ สำนักงานสลากฯยังคิดถึงเรื่องการจ่ายรางวัลอย่างไรให้คุ้มค่า จูงใจให้คอพนันเลือกมาเล่นสลากตัวใหม่ให้ได้

สุดท้ายนี้ สลากเอ็น 3 จะมีโฉมหน้าและรายละเอียดอย่างไรนั้น ต้องรอลุ้นคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลจะสรุปผลอย่างไร และยังคงต้องลุ้นอีกว่า สลากเอ็น 3 จะเอาใจคอหวย นักเสี่ยงโชค ให้หันมาจ่ายเงินเข้าระบบได้หรือไม่!?!