หน้าแรก เศรษฐกิจ ตลาดการเงินเป...

ตลาดการเงินเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ลุ้น ‘ต่างชาติ’ กลับมาซื้อหุ้นไทย เช้านี้เงินบาทเปิดที่ระดับ 36.17

25.10.23 | 10:11 น.

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 36.17 บาทต่อดอลลาร์ ‘ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง’

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 36.17 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้า มองกรอบเงินบาทวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.05-36.30 บาทต่อดอลลาร์

โดยในช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทเคลื่อนไหว sideway (แกว่งตัวในช่วง 36.14-36.25 บาทต่อดอลลาร์) โดยมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้างตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ หลังรายงานข้อมูลดัชนี PMI ฝั่งยุโรปออกมาแย่กว่าคาด ในขณะที่ดัชนี PMI ของสหรัฐนั้นออกมาดีกว่าคาด อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทก็ถูกจำกัดโดยโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ หลังราคาทองคำรีบาวด์ขึ้นตามการย่อตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐ

นายพูนกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาทอาจแกว่งตัว sideway ในกรอบไม่ต่างจากช่วงก่อนหน้ามากนัก เนื่องจากผู้เล่นในตลาดอาจรอติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐอย่างอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 (วันพฤหัส) รวมถึงอัตราเงินเฟ้อ PCE (วันศุกร์) เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด ก่อนที่จะปรับสถานะถือครองที่ชัดเจนอีกครั้ง

ทั้งนี้ บรรยากาศในตลาดการเงินที่เริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้นอาจช่วยหนุนให้นักลงทุนต่างชาติทยอยกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยได้บ้าง หลังในช่วงที่ผ่านตลาดดัชนี SET ได้ปรับตัวลดลงมาพอสมควรและอยู่ในระดับที่ valuation ถือว่าไม่แพง ส่วนในฝั่งตลาดบอนด์ หากบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐยังคงแกว่งตัวในระดับเดิมและไม่ได้ปรับตัวขึ้นรุนแรงแบบในช่วงก่อนหน้า เรามองว่าแรงขายบอนด์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติก็อาจลดลงบ้างในช่วงระยะสั้นนี้

Advertisement

นอกจากนี้ โฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำก็อาจเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้ แม้ว่าเงินดอลลาร์จะเริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้น ทำให้เราคงมองว่าเงินบาทอาจมีโซนแนวต้านแรกแถว 36.30 บาทต่อดอลลาร์ และมีโซนแนวต้านถัดไปแถว 36.60 บาทต่อดอลลาร์ ขณะเดียวกันโซนแนวรับอาจยังคงเป็นช่วง 36.00 บาทต่อดอลลาร์ จนกว่าจะมีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามากระทบตลาด

“สินทรัพย์ยังอยู่ในช่วงเผชิญความผันผวนสูงจากนโยบายการเงิน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และการเลือกทำธุรกรรมในสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ซึ่งผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบต้นทุนในการทำธุรกรรมและแผนการป้องกันความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง” นายพูนกล่าว

นายพูนกล่าวด้วยว่า ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังรายงานข้อมูลดัชนี PMI สหรัฐออกมาดีกว่าคาด ขณะที่ดัชนี PMI ฝั่งยุโรปออกมาแย่กว่าคาด ทำให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 106.2 จุด (กรอบ 105.8-106.4 จุด) อย่างไรก็ดี การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ก็ถูกชะลอลงบ้างตามการย่อตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐ

ในส่วนของราคาทองคำ ความกังวลสถานการณ์สงครามที่เริ่มลดลงบ้าง รวมถึงการกลับมาแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ได้กดดันให้ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค.) ย่อตัวลง ตามแรงขายทำกำไร ก่อนที่ราคาทองคำจะรีบาวด์ขึ้นได้บ้าง หลังบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐย่อตัวลง ซึ่งช่วยหนุนให้ราคาทองคำทยอยปรับตัวขึ้นและแกว่งตัวใกล้ระดับ 1,980 ดอลลาร์ต่อออนซ์

“สำหรับวันนี้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญอาจมีไม่มากนัก ทว่าผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะบรรดาหุ้นเทคใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินช่วงนี้ได้ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะยังคงติดตามสถานการณ์สงครามระหว่างอิสราเอล-กลุ่มฮามาส ว่าจะทวีความรุนแรงมากขึ้น หรือสงครามจะขยายวงกว้างจนกระทบทั้งภูมิภาคตะวันออกกลางหรือไม่” นายพูนกล่าว