พณ.เผย 3ไตรมาส ต่างชาติลงทุนในไทยทะลุ 8.4 หมื่นล้าน ญี่ปุ่นยืนหนึ่ง
นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า รายงานว่า ช่วง 9 เดือนแรกปี 2566 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 493 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 166 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 327 ราย เงินลงทุนรวม 84,013 ล้านบาท จ้างงานคนไทย 5,703 คน ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกันปี 2565 พบว่า แง่จำนวน เพิ่มขึ้น 57 ราย หรือเพิ่ม 13% แง่มูลค่าลงทุนลดลง 15,355 ล้านบาท หรือ 15% และจ้างงานคนไทยเพิ่ม 1,662 ราย หรือเพิ่ม 41% โดยจำนวนนักลงทุนที่เข้ามาสูงสุดยังคงเป็นนักลงทุนญี่ปุ่น
โดยชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น 111 ราย หรือสัดส่วน 23% เงินลงทุน 22,929 ล้านบาท สหรัฐ80 ราย หรือ 16 % เงินลงทุน 3,986 ล้านบาท สิงคโปร์ 77 ราย หรือ 16% เงินลงทุน 20,513 ล้านบาท จีน 38 ราย หรือ 8% เงินลงทุน 13,377 ล้านบาท และฮ่องกง 20 ราย หรือ 4% เงินลงทุน 5,369 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดจะมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น การควบคุมแรงดันหลุมขุดเจาะปิโตรเลียม เทคนิคขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับการอัดฉีดซีเมนต์ในหลุมแท่นขุดเจาะปิโตรเลียม การขุดสถานีใต้ดิน การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม และการแก้ไขปัญหาในการใช้งานยางล้ออากาศยาน เป็นต้น
ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตช่วง 9เดือนแรกปี2566 ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ นโยบายการส่งเสริมการลงทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อาทิ บริการขุดเจาะหลุมปิโตรเลียมภายในบริเวณพื้นที่แปลงสำรวจที่ได้รับสัมปทานในอ่าวไทย บริการบำรุงรักษาหลุมขุดเจาะปิโตรเลียมบนชายฝั่ง บริการออกแบบ จัดซื้อ จัดหา ติดตั้ง ปรับปรุง พัฒนา ทดลองระบบ เชื่อมระบบ และการเปิดใช้งาน ตลอดจนการบริหารจัดการสำหรับโครงการรถไฟฟ้า บริการก่อสร้าง รวมทั้ง ติดตั้ง และทดสอบเกี่ยวกับการวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติและสถานีควบคุมก๊าซธรรมชาติและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับโครงการระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก บริการออกแบบ จัดหา ติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ และบำรุงรักษา เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์และสำหรับที่ใช้ในสถานพยาบาล บริการซอฟต์แวร์ ประเภท ENTERPRISE SOFTWARE และ DIGITAL CONTENT บริการเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ซึ่งให้บริการแก่กิจการของวิสาหกิจในเครือในต่างประเทศ
นายนภินทร กล่าวว่า การลงทุนในพื้นที่อีอีซี ของนักลงทุนต่างชาติ ช่วง 9 เดือรแรกปีนี้ มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุน 99 ราย คิดเป็น 20% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด มีมูลค่าการลงทุนรวม 16,140 ล้านบาท คิดเป็น 19% ของเงินลงทุนทั้งหมด เป็นนักลงทุนจาก ญี่ปุ่น 41 ราย ลงทุน 6,728 ล้านบาท ตามด้วย จีน 18 ราย ลงทุน 1,990 ล้านบาท ฮ่องกง 6 ราย ลงทุน 4,046 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ อีก 34 ราย ลงทุน 3,376 ล้านบาท
โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ 1.บริการให้คำปรึกษาแนะนำด้านการบริหารจัดการกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ 2. บริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การออกแบบ และทดลองการใช้งานเครื่องอัดอากาศ และดำเนินการวิเคราะห์ทางวิศวกรรม เป็นต้น 3.บริการออกแบบแม่พิมพ์โลหะสำหรับผลิตชื้นส่วนยานยนต์ 4.บริการรับจ้างผลิตชิ้นส่วนโลหะ และ 5.บริการทางวิศวกรรม โดยการให้คำปรึกษาและแนะนำ การออกแบบ การปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องจักร สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
เฉพาะเดือนกันยายน 2566 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทย จำนวน 59 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 22 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 37 ราย เงินลงทุน 18,229 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจากญี่ปุ่น จีน และฮ่องกง มีการจ้างงานคนไทย 1,219 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับการดูแลความปลอดภัยของก๊าซในอุตสาหกรรม องค์ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดและการออกแบบโรงประกอบฐานล่างของรถยนต์ไฟฟ้า องค์ความรู้เกี่ยวกับเครื่องจักรกลทางการเกษตรและอุปกรณ์ต่อพ่วงทางการเกษตร และองค์ความรู้เกี่ยวกับการกลึงลานด้วยเครื่องจักรสำหรับการกลึงข้อต่อ เป็นต้น
ธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาต ได้แก่ บริการออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง ติดตั้ง ทดสอบระบบ ซ่อมแซม และบำรุงรักษาท่อส่งก๊าซสำหรับโครงการก่อสร้างท่อส่งก๊าซ บริการทางวิศวกรรม โดยการให้คำปรึกษาด้านการสำรวจและออกแบบทางวิศวกรรมก่อสร้างสำหรับโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตและประกอบยานยนต์ไฟฟ้า บริการรับจ้างผลิตเครื่องประดับจากวัตถุดิบหลายชนิด เช่น ทองเหลือง ดีบุก ตะกั่ว พลอยเทียม และพาราเดียม เป็นต้น บริการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล ซึ่งเป็นการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล
“คาดว่าไตรมาสสุดท้าย 2566 และตลอดปี 2566 จะมีจำนวนนักลงทุนและเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจากเป้าหมายของภาครัฐ เพื่อการอำนวยความสะดวกในการลงทุนจากต่างชาติ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ ผนวกกับมาตรการต่างๆ ในการเร่งผลักดันการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและสร้างแรงดึงดูดแก่นักลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเสริมให้เศรษฐกิจของไทยฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น “นายนภินทร กล่าว
