‘จักรา’ แย้ง 2 เรื่อง ก่อน สอน. เคาะปรับราคาน้ำตาลทราย 4 บาท/กก.

27.10.23 | 14:10 น.

‘จักรา’ แย้ง 2 เรื่อง ก่อน สอน. เคาะปรับราคาน้ำตาลทราย 4 บาท/กก.

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ร.ต.จักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เรื่องราคาและปริมาณน้ำตาลทราย กำกับโดยสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ซึ่ง ณ ปัจจุบันยังคงราคาหน้าโรงงานประกาศเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2566 ไว้ที่ 19-20 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ซึ่งยังไม่มีการปรับราคา ส่วนการจะปรับขึ้นราคาหน้าโรงงานใหม่นั้น ทางกรมกำลังติดตามว่าจะมีการปรับขึ้นเท่าไหร่ และได้เสนอแนะไปแล้ว 2 ประเด็น คือ 1.ไม่ควรอ้างราคาน้ำตาลโลก แม้ราคาน้ำตาลโลกสูงกว่าไทยและอยู่ที่ 26.50 บาท/กก. แต่ด้วยประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตและส่งออก ซึ่งแต่ละปีมีปริมาณผลิต 10 ล้านตัน ในส่วนนี้เป็นการบริโภคในครัวเรือนและใช้ในอุตสาหกรรมประมาณ 25% หรือ 2.5 ล้านตัน อีก 75% หรือ 7.5 ล้านตัน เป็นการส่งออก และ ในส่วน 2.การปรับราคา 4 บาทต่อ กก. เพื่อจัดสรรประโยชน์ 2 บาทต่อ กก. เข้าอุตสาหกรรมอ้อย แบ่งให้ชาวไร่และโรงงาน และอีก 2 บาทต่อ กก.นำส่งเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมและฝุ่นพีเอ็ม ส่วนนี้จะเป็นการผลักภาระให้ผู้บริโภค ก็อยากเสนอให้ของบรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณแก้เรื่องนี้จะเหมาะสมดีกว่า ที่จะผลักภาระให้ประชาชนที่จะบริโภคน้ำตาลทรายสูงขึ้น

“ไม่ควรอ้างราคาโลก มาเป็นปัจจัยที่จะปรับราคา เพราะไทยเราเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออก มีปริมาณที่เพียงพอ ขณะที่เดียวกันก็ไม่อยากให้ทุกฝ่ายอาศัยสถานการณ์ในการฉวยโอกาสปรับราคาเกินจริงและกักตุนสินค้า มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ร.ต.จักรากล่าวต่อว่า กรมไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบปริมาณและราคาจำหน่ายในค้าปลีกค้าส่ง รวมถึงสอบถามฝ่ายจัดซื้อของค้าปลีกรายใหญ่ พบว่ายังสั่งซื้อและได้รับมอบน้ำตาลทรายได้ปกติ และราคาขายปลีกเฉลี่ยตามค้าปลีกใหญ่อยู่ที่ 24-25 บาท/กก. โดยกรมใช้ราคาขายปลีกค้าส่งขนาดใหญ่เป็นฐานด้วยมีการซื้อและจำหน่ายในปริมาณที่สูงในแต่ละวัน

สำหรับที่กังวลผู้ผลิตสินค้าสำเร็จรูป เช่น เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว อาหารปรุงสำเร็จ จะใช้เป็นข้ออ้างปรับราคานั้น ต้องไปดูที่โครงสร้างต้นทุน ซึ่งจะมีทั้งวัตถุดิบที่ราคาขึ้น แต่ก็มีราคาลงด้วย ถึงตอนนี้ยังไม่มีการยื่นของปรับราคาอ้างเรื่องน้ำตาลทราย และจากที่พูดคุยผู้ประกอบการ กลับเป็นห่วงเรื่องกำลังซื้อ และให้ความร่วมมือกับการตรึงราคาสินค้าและปรับลดราคาเพื่อลดภาระประชาชน

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมการค้าภายในได้แสดงความเห็นต่อ สอน. ให้มีการระมัดระวังและรอบคอบที่จะปรับขึ้นราคาในประเทศ ซึ่งมองว่าหากต้องปรับราคาก็ไม่ควรเกิน 2 บาท เพราะเห็นว่าไทยยังมีสินค้าเพียงพอ ไม่ได้ขาดแคลน ดูจากอัตราส่งออกสูงถึง 75% หากราคาในประเทศปรับสูงเกิน ก็อาจต้องดึงมาตรการลดส่งออกเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต