หน้าแรก เศรษฐกิจ ตลาดการเงินจั...

ตลาดการเงินจับตาภาวะสงครามใกล้ชิด หวั่น กระทบราคาน้ำมัน-ทอง-ดอลลาร์ป่วน ฉุดบาทอ่อน

30.10.23 | 09:33 น.

ตลาดการเงินจับตาภาวะสงครามใกล้ชิด หวั่นกระทบราคาน้ำมัน-ทอง-ดอลลาร์ป่วน ฉุดบาทอ่อน

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.12 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 36.21 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 35.85-36.60 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.00-36.25 บาทต่อดอลลาร์

โดยนับตั้งแต่ช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้น (แกว่งตัวในกรอบ 36.08-36.26 บาทต่อดอลลาร์) ตามการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ ที่ได้แรงหนุนจากความกังวลสถานการณ์สงครามอิสราเอล-กลุ่มฮามาส ที่ทวีความร้อนแรงมากขึ้น

ขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าลงบ้างหลังรายงานอัตราเงินเฟ้อสหรัฐ PCE ล่าสุด ไม่ได้เร่งตัวขึ้นชัดเจน และยังคงทำให้ผู้เล่นตลาดต่างมองว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจบรอบการขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว (ตลาดให้โอกาสเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ ไม่เกิน 30%) ทั้งนี้ เงินดอลลาร์ยังคงได้แรงหนุนจากความต้องการถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอยู่บ้าง ท่ามกลางภาวะสงครามที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

“สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้น ตามการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ แม้ว่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาดีกว่าคาดก็ตาม ในสัปดาห์นี้ ควรรอจับตา การประชุมบรรดาธนาคารกลางหลัก เช่น เฟด ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) รวมถึง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ และจีน พร้อมติดตามรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และสถานการณ์สงครามอย่างใกล้ชิด”นายพูนกล่าว

Advertisement

นายพูนกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาทผันผวนไปตามทิศทางเงินดอลลาร์ ราคาทองคำและราคาน้ำมันดิบ โดยต้องจับตาสถานการณ์สงครามอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติอาจยังมีทิศทางไม่ชัดเจน จนกว่าตลาดจะกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งจะขึ้นกับรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนและสถานการณ์สงคราม นอกจากนี้ ควรจับตาทิศทางเงินหยวนจีน โดยเงินหยวนจีนมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นได้บ้าง ในกรณีที่รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีนสะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ดีขึ้นต่อเนื่อง

ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น สถานการณ์สงครามที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น อาจหนุนการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย อาทิ เงินดอลลาร์ ทองคำ และพันธบัตรรัฐบาล นอกจากนี้ เงินดอลลาร์อาจผันผวนไปตามมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มนโยบายการเงินเฟด โดยเงินดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่าขึ้น หากภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่งกว่าคาดและเฟดยังย้ำจุดยืนพร้อมใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดได้นาน

“ทุกสินทรัพย์ยังอยู่ในช่วงเผชิญความผันผวนสูง แนะนำผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และการเลือกทำธุรกรรมในสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) เพื่อบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจ ซึ่งผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบต้นทุนในการทำธุรกรรมและแผนการป้องกันความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง”นายพูนกล่าว