ค้าชายแดน-ผ่านแดน กันยายน หดตัว 3.32% แต่ส่งออกไปจีนยังดี

ค้าชายแดน-ผ่านแดน กันยายน หดตัว 3.32% แต่ส่งออกไปจีนยังดี

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยตัวเลขการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน เดือนกันยายน 2566 มีมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดน 148,564 ล้านบาท ลดลง 3.32% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยการส่งออกผ่านแดนไปจีนเพิ่มขึ้น 55.51% ในขณะที่การส่งออกชายแดนลดลง 15.69%

1.การค้าชายแดนและผ่านแดน เดือนกันยายน 2566 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 148,564 ล้านบาท ลดลง 3.32% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 87,480 ล้านบาท ลดลง 3.97% และการนำเข้ามูลค่า 61,084 ล้านบาท ลดลง 2.37% โดยไทยได้ดุลการค้าในเดือนกันยายน 2566 ทั้งสิ้น 26,396 ล้านบาท

1.1 การค้าชายแดนกับ 4 ประเทศ (มาเลเซีย สปป.ลาว กัมพูชา และเมียนมา) เดือนกันยายน 2566 มีมูลค่าการค้ารวม 75,704 ล้านบาท ลดลง 16.19% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 48,113 ล้านบาท ลดลง 15.69% และการนำเข้ามูลค่า 27,591 ล้านบาท ลดลง 17.03% โดยไทยได้ดุลการค้าชายแดนรวม 20,522 ล้านบาท

Advertisement

1.1.1 มาเลเซีย มูลค่าส่งออก 13,451 ล้านบาท (-19.41%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ น้ำยางข้น และส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์อื่นๆ

1.1.2 สปป.ลาว มูลค่าส่งออก 12,489 ล้านบาท (-3.53%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำมันดีเซล น้ำมันสำเร็จรูปอื่นๆ และน้ำตาลทรายขาว

1.1.3 กัมพูชา มูลค่าส่งออก 11,107 ล้านบาท (-26.62%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบอื่นๆ เครื่องดื่มอื่นๆ และรถยนต์นั่ง (เครื่องสันดาปภายใน)

1.1.4 เมียนมา มูลค่าส่งออก 11,066 ล้านบาท (-9.99%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำมันดีเซล น้ำมันปาล์ม และน้ำมันสำเร็จรูปอื่นๆ

1.2 การค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม (จีน สิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศอื่นๆ) เดือนกันยายน 2566 มีมูลค่ารวม 72,860 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.03% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 39,367 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.69% และการนำเข้ามูลค่า 33,493 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.26% โดยไทยได้ดุลการค้าผ่านแดนรวม 5,874 ล้านบาท

1.2.1 จีน มูลค่าส่งออก 22,401 ล้านบาท (+107.20%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ทุเรียนสด ฮาร์ด ดิสก์ ไดรฟ์ และมังคุดสด

1.2.2 สิงคโปร์ มูลค่าส่งออก 5,657 ล้านบาท (+7.52%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ฮาร์ด ดิสก์ ไดรฟ์ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ และเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ

1.2.3 เวียดนาม มูลค่าส่งออก 3,228 ล้านบาท (-23.74%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำแร่น้ำอัดลมที่ปรุงรส อุปกรณ์กึ่งตัวนำ และลำไยแห้ง

1.2.4 ประเทศอื่นๆ (เช่น ฮ่องกง สหรัฐฯ และญี่ปุ่น) มูลค่าส่งออก 8,082 ล้านบาท (-41.11%)

2. การดำเนินการเพื่อสนับสนุนการค้าชายแดน

2.1 การกำหนดยุทธศาสตร์การส่งเสริมการค้าและการลงทุนชายแดนและผ่านแดน ปี 2567 – 2570 และการทบทวนองค์ประกอบของคณะกรรมการส่งเสริมการค้าชายแดนและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 65/2558 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 กรมการค้าต่างประเทศได้เชิญหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการค้าชายแดนและผ่านแดน เข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2566 โดยที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณา ดังนี้

2.1.1 ร่างยุทธศาสตร์การส่งเสริมการค้าและการลงทุนชายแดนและผ่านแดน ปี 2567 – 2570 ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์กระทรวงพาณิชย์ในส่วนของการส่งเสริมการค้า ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ย่อย ได้แก่ 1) พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้า 2) ยกระดับศักยภาพและการอำนวยความสะดวกของด่านชายแดน 3) ส่งเสริมและใช้ประโยชน์จากกรอบความตกลงและกรอบความร่วมมือต่าง ๆ และ 4) ส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ชายแดนและประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีเป้าประสงค์หลักในการเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน เป็น 2 ล้านล้านบาท ในปี 2570 และมีคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแต่ละยุทธศาสตร์ย่อย

2.1.2 ปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯ ให้ครอบคลุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาการค้าชายแดนและผ่านแดน โดยมีหน้าที่และอำนาจในการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ มาตรการและแนวทางการดำเนินการพัฒนาเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนชายแดนและผ่านแดน และติดตามผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายและยุทธศาสตร์ ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนภาคเอกชนและภาคประชาชนให้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมการค้าและการลงทุนชายแดนและผ่านแดนให้มากขึ้น ทั้งนี้ ให้แก้ไขชื่อคณะกรรมการฯ เป็น “คณะกรรมการส่งเสริมการค้าและการลงทุนชายแดนและผ่านแดน”

2.2 การจัดตั้งศูนย์ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service: OSS) ในจังหวัดที่มีมูลค่าการค้าชายแดนสูง โดยมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานราชการในพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าชายแดน/ผ่านแดนแบบครบวงจร มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย กรมศุลกากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เป็นต้น โดยกำหนดเป้าหมายการดำเนินการระยะสั้น (3 เดือน) (Quick Win) ระยะกลาง (6 เดือน) และระยะยาว (1 ปีขึ้นไป) ซึ่งจังหวัดที่มีมูลค่าการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านสูงและมีความพร้อมในการจัดตั้งศูนย์ OSS จำนวน 10 จังหวัด มีความพร้อมจัดตั้งได้ทันที 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ตาก ตราด และสงขลา และมีความพร้อมดำเนินการจัดตั้งได้ภายใน 3 เดือน 4 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย อุดรธานี นครพนม และมุกดาหาร ส่วนจังหวัดจันทบุรีอยู่ระหว่างขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ และจังหวัดสระแก้วอยู่ระหว่างก่อสร้างอาคารศุลกากรบ้านหนองเอี่ยน – สตึงบท คาดว่าจะสามารถจัดตั้งศูนย์ OSS ใน 2 จังหวัดดังกล่าวได้ในปี 2568

2.3 การติดตามการเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มเติม เพื่อขนส่งสินค้าภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงเดือนสิงหาคม 2566 – ปัจจุบัน มีจุดผ่านแดนฝั่งไทยเปิดแล้ว 86 แห่ง จากทั้งหมด 95 แห่ง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเปิด 73 แห่ง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีนโยบายผลักดันการเปิดด่านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประเทศเพื่อนบ้านให้เปิดด่านตรงข้ามกับที่ฝั่งไทยเปิดแล้วหรือมีความพร้อมที่จะเปิดด่าน

2.4 โครงการจับคู่กู้เงิน โดยร่วมมือกับ EXIM Bank และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อย (บสย.) ในการปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่อยู่ในห่วงโซ่การส่งออก รวมถึงผู้ประกอบการค้าชายแดน ซึ่ง ณ วันที่ 13 ตุลาคม 2566 มีผู้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อ 1,689 ราย วงเงินรวม 6,607.9 ล้านบาท อนุมัติวงเงินแล้ว 1,649 ราย วงเงินรวม 6,444.9 ล้านบาท

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image