หน้าแรก เศรษฐกิจ กกร. คงจีดีพี...

กกร. คงจีดีพีปีนี้ โตสุด 3% หนุนรัฐบาลแจกเงินหมื่นผ่านเป๋าตัง ลดลงทุนซ้ำซ้อน-ประหยัดเวลา

1.11.23 | 14:23 น.

กกร. คงจีดีพีปีนี้ โตสุด 3% หนุนรัฐบาลแจกเงินหมื่นผ่านเป๋าตัง ลดลงทุนซ้ำซ้อน-ประหยัดเวลา

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธาน คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคงคาดการณ์การเติบโตจีดีพีทั้งปี 2566 ไว้ที่ 2.5-3% แต่ปรับลดคาดการณ์การส่งออก จะติดลบอยู่ระหว่าง 1-2% เนื่องจากความเสี่ยงของสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ต่อเศรษฐกิจโลก ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานในตลาดโลก หากสงครามรุนแรงและขยายวงกว้างไปถึงประเทศที่เป็นแหล่งผลิตน้ำมันดิบ ราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งสูงแตะระดับ 140-150 เหรียญสหรัฐต่อบาเรลได้

แต่หากอยู่ในวงจำกัด คาดว่าราคาน้ำมันดิบจะยังอยู่ต่ำกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อบาเรล มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในปี 2567 ลบประมาณ 0.1-0.3% เท่านั้น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวไทยในทางตรง เพียงแต่การค้าขายระหว่างอิสราเอลไม่ได้มากนัก รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลเข้ามาเที่ยวไทยคิดเป็นเพียง 1% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด แต่ปรับคาดการณ์ทั้งปี 2566 เป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงเหลือ 28-29 ล้านคน จากเดิมที่ 29-30 ล้านคน เพราะมีวีซ่าฟรีเข้ามาช่วยสนับสนุน รวมถึงผลกระทบของราคาน้ำมันที่หากปรับสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิต สินค้าและบริการเพิ่มขึ้นด้วย

นายสนั่น กล่าวว่า กกร.เห็นด้วยกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทต่อคน เพื่อช่วยประคับประคองกำลังซื้อภายในประเทศ แต่ควรกำหนดกลุ่มเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวังให้ชัดเจนในการเข้าร่วมโครงการ และควรใช้ระบบเดิมที่มีอยู่แล้ว อาทิ ระบบเป๋าตังของธนาคารกรุงไทย หรือระบบที่มีอยู่แล้วของธนาคารอื่น และระบบที่เอกชนมีอยู่ เพื่อประหยัดเวลา ไม่ต้องเกิดการลงทุนเพิ่ม สามารถทำตามที่รัฐบาลประกาศไว้ได้อย่างแท้จริง

โดยเบื้องต้นประเมินว่า หากเงินดิจิทัลสามารถออกมาใช้ได้ทันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เดือนเมษายน 2567 ได้ จะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากหากล่าช้าออกไป อาทิ เดือนกันยายน 2567 มองว่าช้าเกินไป เพราะการกระตุ้นเศรษฐกิจ จังหวะเวลาในการดำเนินมาตรการมีความสำคัญมาก

Advertisement