หน้าแรก เศรษฐกิจ หุ้นไอพีโอ &#...

หุ้นไอพีโอ “SAFE” ไม่เซฟนักลงทุน เทรดวันแรกต่ำจอง ทำขาดทุน 15.24 %

2.11.23 | 18:29 น.

อาถรรพ์หุ้นไอพีโอ นักลงทุนรินขาย SAFE ราคาวูบ 15.24% นักลงทุนบาดเจ็บ ขาดทุน 3.20 บาทต่อหุ้น 4 โบรกฯมองธุรกิจมีอนาคต ผลประกอบการดี ให้ราคาเหมาะสม 23-25 บาท

วันที่ 2 พฤศจิกายน หุ้น SAFE บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นวันแรก หลังเสนอขายไอพีโอ ที่ราคา 21 บาทต่อหุ้น ปรากฏว่าราคาปรับลงทันทีที่เปิดตลาดอยู่ที่ 16 บาท และปรับลงสูงสุดที่ 15.80 บาท ก่อนปรับตัวขึ้นราคาสูงสุดที่ 18.60 และปิดตลาดที่ 17.80 บาท ลดลง 3.20 บาท หรือลดลง 15.24%

อย่างไรก็ตาม มีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) 4 แห่งได้ประเมินราคาเป้าหมายที่เหมาะสมเกินกว่าราคาไอพีโอ โดยบล. ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ได้ประเมินราคาเป้าหมายที่เหมาะสมที่ 25 บาทต่อหุ้น อ้างอิงด้วยวิธีเปรียบเทียบ PE กับค่าเฉลี่ย PE 27 เท่า ของหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลและคู่แข่ง โดย SAFE ประมาณการกําไรต่อหุ้นปี 2567 ที่ 0.92 บาท และยังคาดการณ์รายได้รวมปี 2566-2568 จะเติบโตเฉลี่ย 26.5% ต่อปี จากแนวโน้มอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะไทยที่เป็นจุดหมายสําคัญสําหรับผู้มีบุตรยากทั่วโลก จะสนับสนุนการขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงแผนขยายเครือข่ายให้บริการผ่านโรงพยาบาลพันธมิตรครอบคลุมทั่วประเทศและการเข้าซื้อกิจการศูนย์การแพทย์มีบุตรยากอื่น ๆ

บล.บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2567 ของ SAFE ที่ 7,134 – 7,309 ล้านบาท หรือคิดเป็นราคา 23.47-24.05 บาทต่อหุ้น ผ่านการประเมินมูลค่ากิจการด้วยวิธีอิงเป้าหมาย PEG และการคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ได้แก่ 1. ประมาณการการเติบโตของ EPS เฉลี่ย 21.4% ต่อปี CAGR และอิงเป้าหมาย PEG ที่ 1.2 เท่า ซึ่งเกิดจากการให้ Premium 20% สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มผู้เล่นเกี่ยวเนื่องกับศูนย์การแพทย์ผู้มีบุตรยากที่ 1 เท่า เพราะมองว่า SAFE เป็นผู้นำในศูนย์การแพทย์เพื่อรักษาผู้มีบุตรยากที่ครบวงจร มีลูกค้าระดับไฮเอนด์ และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าคู่แข่ง และ 2. การประเมินมูลค่าแบบ DCF บนสมมติฐาน WACC 8.3% และ Terminal growth 2% ซึ่งมูลค่าพื้นฐานคิดเป็น PER ปี 2566 ที่ 25.6-26.3 เท่า ตามลำดับ

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดการณ์แนวโน้มกำไรสุทธิของ SAFE จะเติบโตต่อเนื่องในปี 2566-2567 สูงถึง 29.1% และ 28.3% ตามลำดับ โดยมีแรงหนุนจากการใช้บริการรักษาผู้มีบุตรยากที่มีทิศทางเพิ่มขึ้นจากจำนวนรอบการเก็บไข่ที่เข้ามาเพิ่มขึ้นจากระดับ 1,140 รอบในปี 2565 เป็น 1,300 และ 1,508 รอบในปี 2566-2567 ด้วยอัตราความสำเร็จที่สูงกว่า 70% ของ SAFE โดยได้ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของหุ้น SAFE สำหรับปี 2567 ไว้ที่ 23.80 บาท อ้างอิง PE 27 เท่าและเทียบเท่า PEG 0.95 เท่า ต่ำกว่าบริษัทที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกันในต่างประเทศ เช่น สหรัฐ และสวีเดน ที่ระดับ PE 28-35 เท่า ทั้งนี้ SAFE มีสถานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น และเป็นบริษัทที่มีฐานะเป็น net-cash position

Advertisement

ขณะที่บล.กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินราคาเป้าหมายที่เหมาะสมของ SAFE ที่ 23.70 บาทต่อหุ้น โดยอ้างอิงจากการวิธีคิดลดกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2024 โดยใช้อัตราคิดลด 8% และอัตราเติบโตระยะยาว 1% โดยมีปัจจัยเสี่ยงได้แก่ ลูกค้าหลักจากจีนและอินเดียที่อาจลดลง และการแข่งขันที่อาจสูงขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตามคาดการณ์กำไรสุทธิของ SAFE จะเติบโตเฉลี่ย 25% ต่อปีในปี 2566-2568 ที่ 197 ล้านบาท, 277 ล้านบาท และ 315 ล้านบาท ตามลำดับจากสมมติฐานรายได้เติบโตเฉลี่ย 19% ต่อปีเป็น 904 ล้านบาท, 1.1 พันล้านบาท และ 1.2 พันล้านบาท ตามลำดับ จากฐานตลาดของลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงความต้องการใช้บริการจากชาวจีนในอนาคต