สมาคมชาวนาเดือด ซัดนโยบายช่วยเกษตรกร ไม่ตรง มติ นบข.
นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย สมาชิกสมาคมชาวนาฯ เปิดเผยว่า ตนในฐานะนายกสมาคมฯ ได้ถูกสอบถามมาเยอะมากว่าเกิดอะไรขึ้น จากการติดตามข่าวตามสื่อต่างๆ เห็นนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าจะช่วยชาวนาอย่างนั้นอย่างนี้ และเห็นรัฐมนตรีพาณิชย์ก็ออกมาให้ข่าว โดยหลังจากประชุมร่วมกับสมาคมชาวนาฯ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 66 ได้แถลงข่าวว่ามีนโยบายมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรต่างๆ แต่พอประชุม นบข. กลับหายเงียบไปเลย ข่าวบอกว่ากลับไปพิจารณาใหม่ พิจารณาอะไรอื่นหรือจะมีอะไรออกมาก็ไม่รู้ สรุปก็ยังงงว่าจะให้สหกรณ์จำนวน 400 หรือ 600 สหกรณ์ ออกมารับซื้อข้าวเปลือกเพื่อชะลอการขาย โดยที่ชาวนาก็งงว่ามายังไง สหกรณ์มี 4,000 สหกรณ์ แต่แข็งแรงมีเพียง 600 สหกรณ์
“ก็คิดเอาแล้วกัน มีตั้ง 4,000 แข็งแรงแค่ 600 สหกรณ์ จะทำงานยังไง อยู่ในพื้นที่ๆข้าวออกหรือไม่ แล้วที่บอกว่าสหกรณ์เป็นของชาวนา ผมว่าอาจจะเข้าใจผิด เพราะเงินคนละกระเป๋ากัน ระมัดระวังเถอะ เพราะเดี๋ยวก็จะเกิดเรื่องแบบในอดีต เอาเข้าจริงสหกรณ์จะทำไหวหรือเปล่า นี่ได้ยินข่าวแว่วๆ จริงเท็จประการใดยังไม่ยืนยันว่าถ้าสหกรณ์ไม่ไหว อาจจะขอให้มีโรงสีเข้ามาร่วมรับเก็บข้าวเปลือกอีก ถ้าเป็นจริงมันก็วนกลับไปวงจรเดิม จึงอยากออกมาบอกเตือนก่อนว่าเรื่องแบบนี้ อย่าหาทำเพราะชาวนาไม่ได้รับประโยชน์โดยตรงเลย เสี่ยงกับการทุจริตและเสียค่าใช้จ่ายในการจัดการ” นายปราโมทย์ กล่าว
นายปราโมทย์ กล่าวต่อว่า แทนที่จะเอาค่าใช้จ่ายต่างๆ นี้มาจ่ายให้กับเกษตรกรชาวนาไร่ละ 2,000 บาท หรือเพียงไร่ละ 1,000 บาทไม่เกิน 20 ไร่ ยังจะดีกว่า เกิดประโยชน์ต่อชาวนาโดยตรง และถึงมือชาวนาอย่างทั่วถึง ไม่ต้องไปยุ่งยากซับซ้อนเสียค่าใช้จ่ายรายทางจำนวนมาก ชาวนาจะได้เอาเงินส่วนนี้ไปเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลแปลงนา และค่าเก็บเกี่ยว
“นี่ก็ยังงงที่เห็นข่าวมีการประชุมที่กระทรวงเกษตรฯ ว่าจะให้กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการเรื่องชะลอการขาย อ้าว…แล้วที่ประชุมกระทรวงพาณิชย์ และประชุม นบข.ที่ทำเนียบรัฐบาล ทำไมไม่คุยไม่ทำให้จบ แปลกจริงๆ ตามไม่ทันทั้งที่นั่งอยู่ใน คณะกรรมการ นบข.” นายปราโมทย์ กล่าว
ทั้งนี้ขอแจ้งให้พี่น้องชาวนาทราบว่า สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งก็งงว่าทำไมไม่ออกมาตามที่หารือกันก่อนหน้าที่จะมีการประชุม นบข. หวังว่าคงจะมีใครออกมาให้ความชัดเจนในเรื่องการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรตามมาตรการที่กระทรวงพาณิชย์ได้หารือไว้กับสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย อย่าปล่อยให้ชาวนางง และที่งงขึ้นไปอีกคือกระทรวงไหนดูแล เห็นประชุมที่กระทรวงพานิชย์ที ประชุม นบข.ที นี่มาประชุมกระทรวงเกษตรอีก เพราะอะไรที่เรื่องเดียวกันทำไมประชุมหลายที่ งงมาก ไม่เข้าใจมากๆ ชะลอการขายคือข้าวหมดจากมือชาวนาไปแล้ว ข้าวหอมมะลิกลางเดือนธันวานี้ ก็เกี่ยวจะหมดแล้ว สุดท้ายข้าวของชาวนาต้องไปอยู่กับคนอื่น ได้แค่ 500 บาท แถมไถ่ถอนก็ไม่ได้ ราคาดีจะขายก็ไม่ได้ ทั้งที่ข้าวก็เป็นของเรา สิทธิก็เป็นของเรา กำไรกลับเป็นของคนอื่น ท่านช่วยชาวนาตรงไหน อย่าบอกนะว่ากำไรที่สหกรณ์ได้ ชาวนาก็ได้ด้วย จะได้ตรงไหน อย่าบอกนะได้จากกำไรปันผล นั่นมันของสหกรณ์ก็เรื่องของสหกรณ์ เงินมันคนละกระเป๋ากัน เวลาชาวนาขาดทุนใครช่วยชาวนา ทุกคนต่างกินดอกเบี้ยจากชาวนา ได้ผลกำไรก็จากชาวนา ถึงแม้ว่าจะเป็นแหล่งเงินกู้ แต่ชาวนาเราก็เสียดอกเบี้ยอยู่ดี
“การชะลอการขาย ชาวนาไม่ได้อะไรเลย เพราะข้าวไม่ได้อยู่ในยุ้งฉางของชาวนา ผมในฐานะนายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย จึงจำเป็นที่ต้องออกมาพูด ถามจริงเถอะความหวังต่างๆที่ท่านทั้งหลายบอกกล่าวให้ชาวนาฟัง มันมีอยู่จริง จะเกิดขึ้นจริง ตามที่ท่านทั้งหลายพูดหรือไม่ ฉะนั้นอย่าเอาชาวนาเป็นทางผ่าน แล้วให้ประโยชน์ไปตกที่คนอื่น ที่ไม่ได้ทำนาเพื่อหาเลี้ยงชีพจริงๆอย่างพวกเราชาวนา” นายปราโมทย์ กล่าว

