ส.อ.ท.ชี้รัฐลุยลดน้ำมัน-ค่าไฟ สอดรับผลโพลมติชน-เดลินิวส์ เชียร์ใส่เงินเข้าระบบกระตุ้นศก.

ส.อ.ท.ชี้รัฐลุยลดน้ำมัน-ค่าไฟ สอดรับผลโพลมติชน-เดลินิวส์ เชียร์ใส่เงินเข้าระบบกระตุ้นศก. สื่อสารแจก 10,000 ให้ชัด

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงผลโพลมติชน-เดลินิวส์ 60% อยากให้รัฐบาลเศรษฐาเข้ามาดูแลเรื่องปัญหาปากท้องมากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นเรื่อง การลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ว่า ถือว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลเดินหน้าอยู่ เป็นนโยบายเรื่องแรกที่ทำทันทีที่เข้าบริหารประเทศ ตามที่ได้ประกาศไว้ โดยลดน้ำมันดีเซลต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร ต่อด้วยลดค่าไฟต่ำกว่า 3.99 บาทต่อหน่วย และล่าสุดลดกลุ่มเบนซินสูงสุด 2.50 บาทต่อลิตร มีผล 7 พฤศจิกายนนี้ เชื่อว่าหลังจากนี้จะลดค่าครองชีพส่วนอื่นอีกเพื่อช่วยเหลือประชาชน

นายเกรียงไกร กล่าวว่า นโยบายขั้นต่อไปที่รัฐบาลจะเดินหน้าคือ การเพิ่มเงินในกระเป๋าของประชาชน ทั้งการใช้งบประมาณใส่เข้าระบบจำนวนมาก อาทิ การแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นนโยบายพื้นฐานที่ทำกันทุกรัฐบาล และทั่วโลก เพราะเป็นการทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้เร็วที่สุด ปัจจุบันรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน ต้องการจ่ายเงินดิจิทัลวัลเล็ต 10,000 บาท แต่ด้วยงบประมาณที่สูง และขั้นตอนที่ต้องรอบคอบ จึงมีข้อเสนอจากหลายฝ่ายต่อเนื่อง ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องรอบคอบ ล่าสุดกำลังพิจารณากลุ่มคนได้รับเงินว่าจะแบ่งตามรายได้หรือแจกทุกคน

นายเกรียงไกร กล่าวว่า การแจกเงินจำเป็นต่อเศรษฐกิจไทยและรัฐบาลชุดนี้ เพราะงบประมาณ 2567 คาดว่าจะเลื่อนออกไปถึง 8 เดือน คือใช้ได้ประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2567 ทำให้ช่วงที่รองบฯ จำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจหมุนในระบบ ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ผู้ผลิต เอสเอ็มอี จะขายได้สินค้า เศรษฐกิจคึกคัก รัฐบาลจึงต้องการแจกเงินดิจิทัลเข้าระบบให้เร็วที่สุด ตอนเข้ามาบริหารบอกจะแจกให้ทันปีใหม่ ต่อมาเลื่อนเป็นกุมภาพันธ์ปีหน้า และล่าสุดอาจเลื่อนออกไปอีก ซึ่งขณะนี้การสื่อสารออกมาค่อนข้างสับสนช่วงเวลาแจกเงิน ดังนั้นรัฐบาลต้องชัดเจนทั้งการสื่อสาร การทำข้อรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้การทำนโยบายครั้งประวัติศาสตร์นี้สำเร็จให้ได้

Advertisement

นายเกรียงไกร กล่าวว่า อีกนโยบายในการเพิ่มเงินในกระเป๋าประชาชน คือ นโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทต่อวัน นโยบายนี้ในมุมของส.อ.ท.อยากให้ดำเนินการภายใต้รายละเอียดความจำเป็นว่าค่าแรงที่เหมาะสมควรเป็นเท่าไหร่ แต่ละจังหวัดควรอยู่ระดับใด และควรจ่ายตามทักษะแรงงาน ที่สำคัญควรให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการไตรภาคี ที่มาจากกรรมการทั้งภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง เป็นผู้พิจารณาขั้นสุดท้าย โดยผลจากค่าแรงที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ประชาชนมีรายได้ เพิ่มกำลังซื้อในภาพใหญ่ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพใหญ่เช่นกัน เพียงแต่นายจ้างต้องอยู่ได้เช่นกัน

“ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงระดับ 90.6% ทั้งการลดค่าครองชีพ และการเพิ่มเงินในกระเป๋าจึงเป็นสำหรับรัฐบาลในการกระชากเศรษฐกิจได้เร็วและแรงที่สุด ตอนนี้มีหน่วยงานข้อมูลบางแห่งระบุกำลังซื้อฟื้นตัว มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจบางมาตรการอาจไม่จำเป็น ประเด็นนี้ต้องดูในเชิงลึกว่าข้อมูลที่ออกมาสำรวจเฉพาะกรุงเทพหรือไม่ เพราะพื้นที่กรุงเทพหากดูในห้าง หรือร้านอาหาร ผู้ใช้บริหารเต็ม แน่น แต่ไม่สามารถชี้วัดเศรษฐกิจไทยภาพรวมได้ ต้องดูพื้นที่ต่างจังหวัดด้วย ผมสอบถามส.อ.ท.ในต่างจังหวัดพบว่ากำลังซื้อค่อนข้างเงียบ สะท้อนว่าเศรษฐกิจต้องการการกระตุ้นจริงๆ”นายเกรียงไกรกล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ปากท้องแซงการเมือง’ ผลโพลมติชนxเดลินิวส์ รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร? 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image